book

ภาพจาก Sunday Afternoon

อ่าน "ความไม่เรียบของความรัก" เขียนโดย ฮิโรมิ คาวาคามิ (แปลโดย มัทนา จาตุรแสงไพโรจน์ พิมพ์โดย Sunday Afternoon) ไปครึ่งเล่มแล้ว
ส่วนตัวคิดว่ามันเป็นเรื่องสั้นๆ เล่าแบบมุมมองเดียว แต่ทำให้เราเห็นความคิดของตัวละครรอบข้าง ทั้งที่เขาเหล่านั้นแทบไม่พูด หรือไม่ปรากฏในฉากเลย (เจแปนมากๆ)
เรื่องสั้นๆ เหล่านี้เหมาะกับบุคคลิกคนขี้สงสัย แต่ใช้วิธีการคิดแทนนำไปก่อน บางทีตัวละครอื่น อาจจะแค่หิวข้าวแล้วก็กินข้าว แต่ตัวละครนำคิดไปไกลละ (บางทีตัวละครก็แค่นั่งคิดอยู่กับที่เฉยๆ)
บางทีเขาอาจจะเขียนจากตัวละครอื่น แล้วใช้สายตาคนนอก เล่าเรื่องแทน เป็นตัวเอกก็ได้นะ
เรื่องราวเรียบๆ เหตุการณ์ธรรมดา ในชีวิตคนธรรมดาๆ แต่นำพาอารมณ์ไปไกลมากๆ
ที่สำคัญ มันไม่ได้บิ้วให้ดราม่า แต่สิ่งที่เราไม่รู้นั่นแหละ นำพาเราดราม่า
อยากให้ลองหามาอ่านกัน
 
cover design GE 245 book
ช่วงนี้ได้รับงานหลากหลายขึ้น หรือเปล่าไม่รู้ แต่คิดว่า ก็น่าจะเอามาให้ชมกันได้ เพราะบางที nokhookdesign ก็ได้งานจากการเอางานมาอวดนี่แหละ คราวนี้เป็นปกหนังสือเรียน ซึ่งนกฮูกก็ทำฮะ หนังสือเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการเขียนอ่าน ม. แม่โจ้ เชียงใหม่
เป็นอีกชิ้นหนึ่ง ที่ชอบฮะ
 
ปล. ช่วงนี้มีคนโทรมาเรื่องปากกาเขียนกระจกว่าใช้ยี่ห้ออะไร Uniposca ฮะ สั่งซื้อได้ที่นี่ http://www.uniball.in.th/uniorder_new/product_order.php?model=PC-5M#!prettyPhoto ผมไม่ได้ค่านายหน้าแต่อย่างใด

A4 Art show book

posted on 05 Apr 2012 15:02 by nokhook69 in Illustration-Graphic, Magazine-Books
 
 
A4 Art show book, Size A4, 60 pages, Limited Edition, 600 Baht (Free Shipping in Thailand)
รวมผลงานขนาด เอสี่ จากหลากหลายศิลปินร่วมกว่า 260 กว่าชิ้น พิมพ์บนกระดาษอาทด้าน 160 แกรม ปกเป็นกระดาษการ์ดขาว 240 แกรม พิมพ์จำนวนจำกัด

สามารถสั้งซื้อได้ที่ร้านนกฮูกดีไซน์ หรือทางเมล
nokhookdesign@gmail.com
 
A4 Art show book / Free for Download http://issuu.com/anukun_hamala/docs/a4artshow
 
ส่วนนี้ตัวอย่างเล่มจริง http://www.youtube.com/watch?v=Lnlzixk8RQg&feature=youtu.be
Tags: a4, book 3 Comments

fossil ฟอสซิลจัง

posted on 31 Mar 2012 02:53 by nokhook69 in Fiction, Magazine-Books, Nokhookdesign-Shop
 
fossil ฟอสซิลจัง อนุกูล เหมาลา รวมเรื่องสั้น เล่มใหม่ล่าสุดของของผม พิมพ์ในนามสำนักพิมพ์ เคหวัตถุ ของ อ. ต้น อนุสรณ์ ติปยานนท์ เช่นเคย (กราบ อ. ต้นนะครับ)

ตอนนี้หนังสือมีวางจำหน่ายแล้วนะครับ ที่ร้านนกฮูกดีไซน์ แล้วก็ที่ร้าน เล่า เชียงใหม่
เคล็ดไทยจัดจำหน่าย ในร้านหนังสือ ทั่วประเทศ ราคาปก 155 บาท
ปล. ในงานหนังสือ วางขายอย่างเงียบๆ ที่ ที่บู๊ธ Alternative Writer ครับ

DVD Man, ดีวีดี แมน

posted on 30 Jan 2012 00:56 by nokhook69 in Fiction, Magazine-Books directory Fiction
ผมพบเขาในซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน ตรงชั้นวางสินค้าครับ
อวัยวะบางส่วนเสี้ยวของเขายื่นออกมาจากชั้นวางสินค้าประมาณสามเซนติเมตรเห็นจะได้ แวบแรก ผมก็ไม่ได้สังเกตเห็นหรอก หากผมไม่ต้องเดินไปซื้อผ้าอนามัยบนชั้นดังกล่าวให้แฟน (เธอวานให้ผมซื้อ ไม่บ่อยหรอก เฉพาะตอนฉุกเฉินจริงๆ คงจะไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะตั้งใจเดินไปที่ชั้น หยิบผ้าอนามัยมันขึ้นมา อ่านรายละเอียดว่าเป็นอย่างบางอย่างหนา แล้วก็ไปจ่ายเงินโดยไม่กระดากอาย)
ผมยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ตรงชั้นวางนานสิบนาทีเห็นจะได้ ไม่มีมีลูกค้าคนใดโผล่เข้ามาในซุปเปอร์มาร์เก็ต พนักงานแคชเชียร์กำลังวุ่นกับการดันขวดเบียร์เก่าออกมาด้านนอก แล้วเติมเบียร์ขวดใหม่ในตู้แช่ เสียงขวดเบียร์ดังก๊องแก๊งประสานเสียงกับตัวทำความเย็นของตู้แช่ เสียงดังหึ่งๆ แก๊งๆ อยู่นานหลายนาทีแล้ว น่ารำคาญเป็นที่สุด
ผมลองเพ่งมองตรงจุดผิดสังเกต เบิ่งตาจ้องมองมัน
นี่มันเป็นไรผมของคนชัดๆ เป็นอวัยวะส่วนหัวอย่างแน่นอน แต่ก็มีส่วนที่ไม่เหมือนหัวคนก็คือ มันเป็นหัวที่แบนเรียบบางและเล็ก คล้ายๆ จานข้าวขนาดฝ่ามือ แต่ไม่ทราบว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่นอนหลับตัวแบนขนาดฝ่ามือ หรือเป็นตุ๊กตาเลียนแบบคนกันแน่

ผมดึงเอาแผ่นผ้าอนามัยขนาดบางออกจากไรผมเรียบแบนออกสองชิ้น แล้วแผ่นบางมีไรผมก็คล้ายจะสะดุ้งตื่น
ผมประหลาดใจเล็กน้อย ที่เอาเข้าจริงๆ มันก็มีชีวิต และ่มันเป็นแผ่นดีวีดี ที่ไม่มีกล่องใส่นี่นา ทำไมถึงมาอยู่บนชั้นผ้าอนามัยได้
หรือพนักงานจะวางผิดที่ เขาจึงค้างเติ่งนอนหลับยาวอยู่บนชั้นผ้าอนามัย ไม่ใช่ชั้นวางสินค้าฟุ่มเฟือยอื่นๆ หรือไม่ก็ควรจะอยู่ในกระบะแผ่นหนังลดราคาหน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน
ไม่ทันได้คิดไปไหนไกล ไรผม แผ่นบาง ก็ตื่น
“ขอบใจเน่อ” เหมือนเสียงเล็กๆ ลอดมาจากไรผมแผ่นบาง แต่แผ่นบางแทบไม่ได้ขยับเขยื้อน
ผมส่ายหน้า ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยเห็นแผ่นบางแบน กลมพูดได้เช่นนี้มาก่อน
“นายพูดได้ด้วย” ผมถาม เขาจึงแนะนำตัว “เราเป็นดีวีดีไร้กล่อง เรียกเราว่าดีวีดีแมนก็ได้”
ดีวีดีแมนลุกนั่ง สลัดผมบางปรกแผ่นหน้าให้สบัดไปด้านหลัง ห้อยขาบนชั้นวาง และทำท่าบิดขี้เกียจ ผมหันซ้ายขวา บริเวณนี้ไม่มีลูกค้าสักคนพอเป็นพยานในสิ่งที่ผมเห็นตอนนี้
“ไม่ ฉันไม่ได้อยากให้ใครเห็น ถ้าไม่ใช่นาย”
“นายคงอยากรู้ว่าฉันมาอยู่อะไรตรงชั้นนี้ใช่ไหม” ผมพยักหน้า วางตะกร้าที่มีผ้าอนามัยลงกับพื้น และเอาหูไปใกล้ๆ เขาจึงเล่าต่อ
“ก่อนการมาถึงของผ้าอนามัยบนชั้น เราเคยอยู่บนชั้นวางดีวีดี เคยอยู่บนชั้นขายหนังสือ เคยแม้กระทั่งอยู่บนชั้นวางเครื่องดื่มแอลกฮอลแล้วก็อยู่บนชั้นอะไรอีกมากมายก่ายกอง
จนดีวีดีเริ่มล้น โลกเปลี่ยนไป ดีวีดีไร้ความหมาย ไม่มีคนซื้อกลับ ห้างสรรพสินค้าส่งเพื่อนบ้านกลับไปยังผู้ผลิต
เขาชี้ไปยังชั้นวางใหม่เอี่ยมมีแสงไฟสว่าง มีป้ายภาษาไทยเขียนอยู่ว่า “สินค้าไอที”
“การมาของฮาร์ดดิสแมนนั่นไง”

***

ดีวีดีแมน เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของผมตั้งแต่วันนั้น
แม้ที่บ้านผมจะไม่มีเครื่องเล่นดีวีดีเหลืออยู่อีกแล้ว เราไม่ได้ดูหนังผ่านแผ่น สมัยนี้ดูผ่านฮาร์ดดิส ไม่มีเครื่องเล่นอีกต่อไปแล้ว
แต่เขามีประโยชน์กว่านั้นมาก เรื่องของเขากลายเป็นสิ่งที่เราพูดถึงทุกครั้งที่ข้องเกี่ยวกับคำว่าเทคโนโลยีไร้กาลเวลา
“เขานำพาคำว่ารสนิยม มาสู่โลกอีกครั้ง”

เหมือนโลกเปลี่ยนกลับ ห้างสรรพสินค้าล้าหลังลง ของซ้ำซากกลาดเกลื่อนผลิตซ้ำๆ เปลี่ยนสี ลดวัสดุ ความงามเป็นสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในหลักสูตรการเปิดธุรกิจข้ามชาติ
เร่งเร้าขายเอาๆ กอบเงินเข้ากระเป๋า อย่างไร้รสนิยม

ดีวีดีแมนกลับกลายเป็นสินค้าสะสม ขึ้นชาร์ทเดอะเบสออฟฮอบบี้ บนหน้าปกแมกกาซีนฝรั่ง
เป็นสมาชิกในบ้านได้สามเดือน ดูทุกคนจะให้ความสำคัญกับเขามากขึ้น ผมเขียนเรื่องของเขาในสเตตัสเฟสบุ๊คตัวเอง แล้วก็กลายเป็นว่าในชั่วข้ามคืน เพื่อนๆ ของผมสามสี่ร้อยคนพากันกระหน่ำแชร์ แบ่งปันในหน้าวอลของแต่ละคน มีนิตยสารมาขอสัมภาษณ์ลงสกู๊ปเลย์เอ้าท์หน้าคู่ มีแอดเครื่องเล่นดีวีดีย้อนยุคติดต่อมาขอให้ไปเปิดตัวเครื่องเล่นรุ่นเรโทร
ทั้งหมดทั้งมวลเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน

***

กระแสเครื่องเล่นดีวีดีกลับมาบูม โรงงานเริ่มเอาสินค้าในสต็อคกลับมาทำสี บรรจุหีบห่อใหม่ โดยมีดีวีดีแมนติดข้างกล่อง
เกิดกระแสร้านขายของเก่าทางอินเตอร์เน็ต ผุดขึ้นหลายร้อยร้าน เครื่องเล่นถูกจับจองด้วยเศรษฐีมีเงินด้วยราคาสูงลิ่ว ดีวีดีแมนเดินสาย ถ่ายโฆษณา การท่องเที่ยวแห่งประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม กรมตำรวจ และบริษัทเอกชนอีกหลายบริษัท ต่างจ้างวานให้เป็นเขาเป็นพรีเซนเตอร์ เซ็นสัญญากันเป็นปีๆ
ทั้งหมดทั้งมวลมีผมเป็นผู้จัดการส่วนตัว

***

แต่จนถึงวันนี้ พรีเซนเตอร์ก็คือพรีเซนเตอร์ ดีวีดีแมนไม่เคยทำประโยชน์ใดนอกจากการโชว์ตัวและถ่ายโฆษณา และพูดย้อนไปถึงความหลังครั้งที่เขายังเป็นแผ่นเพลงเอ็มพีสาม เก็บเพลงได้ 300 เพลง
เขากลายเป็นดีวีดีที่เป็นแต่เพียงในนามเท่านั้น เพราะทุกอย่างที่ผลิตมาบนโลกย่อมมีหน้าที่ใช้งานของมัน ดีวีดีมีไว้เปิด แต่เขาเปิดกับเครื่องเล่นไม่ได้
สภาพของแผ่นหลังของเขามีแต่รอยขีดข่วน

ใครจะรู้ว่าเขาเป็นแผ่นที่บรรจุข้อมูลอะไร เพราะแม้แต่ตัวของเขาเองก็ยังไม่ล่วงรู้
ต้องขอบคุณการทำลายล้างแผ่นผีในยุคหนึ่งของประวัติศาสตร์ดีวีดีโลกครั้งนั้น
โลกไร้ดีวีดีผี มีแค่ดีวีดีธรรมดา
“เราไม่ได้เสียใจอะไรนะ ต้องขอบคุณนายเสียอีกที่จ่ายเงินซื้อเรามา ทั้งๆ ที่รู้ว่า เราเล่นจริงไม่ได้”
เขาพูดกับผม ท่าทางเขาก็ดูจะร่าเริง อย่างน้อยก็ดีกว่าอยู่ในหลืบร่องชั้น มีผ้าอนามัยถมตัวอยู่
ดูช่างไร้ค่าสิ้นดี
ผมพยักหน้า เห็นด้วย ไม่คาดคิดเลยว่าตัวเองจะมีเพื่อนเป็นดีวีดีแมน
และการเดินไปซุบเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อผ้าอนามัย จะสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำขนาดนี้