Interview

posted on 24 Dec 2008 14:17 by nokhook69

Showcase :
Worldwide Graphic Design Asia // Oct, 2009 // 220 page // Deutsch, Englisch // ISBN: 978-3-939998-37-2 // size: 21 x 15 x 1,3 cm, www.feierabend-unique-books.de, www.zeixs.com


Interview : Click Magazine // Issue Sep, 2009 // Chiang Mai // THAILAND >>DETAIL<< www.clickmag.net

Showcase : viziomag Issue 4, Aug, 2009 >>DETAIL<< www.viziomag.com

Creative People : Wallpaper Magazine (Thai Edition) Issue July, 2009 // Bangkok // THAILAND >>DETAIL<<

COVER ARTIS : CG+ Magazine Issue 16, 2008 // Bangkok // THAILAND >>DETAIL<<
www.cgplusmag.com

Creative Icon : miiself blog, 2008 // Bangkok // THAILAND >>DETAIL<<
http://miiself.exteen.com


Variationsinnortherndegradations : Blog, 2008 // ITALY >>DETAIL<<
http://variationsinnortherndegradations.blogspot.com

SVOA : SVOA trendy Design Award, 2008 // Bangkok // THAILAND >>DETAIL<<
www.svoatrendy.com
detail
Ho designer & nokhookdesign : COMPASS Magazine Issue May,2008 // Chiang Mai // THAILAND
www.compasscm.com

I LOVE CM : HIP Magazine Issue Jan, 2008 // Chiang Mai// THAILAND >>DETAIL<<
www.cmhipmag.com

detail
Things are Getting Graphic : COMPASS Magazine Issue Jan, 2007 // Chiang Mai // THAILAND >>DETAIL<<
www.compasscm.com


Interview in CG+magazine

+ แนะนำตัว
อนุกูล เหมาลา แก๊งค์ครับ

+ จบอะไรมา
ป. ตรี จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาครุศาสตร์สถาปัตยกรรม

+ แต่กลับไปทำงานที่บ้านเกิด
ตอนจบใหม่ๆ ก็ทำงานอยู่ที่กทม ทำที่ บริษัท ชอบปิงคอมพิวเตอร์ เป็นบริษัททำนิตยสารเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ครับ ทำงานเป็นพนักงานกราฟิคได้ 6 เดือน พอรับปริญาเสร็จ ถึงกลับมาทำที่เชียงใหม่ครับ

+ จบสถาปัตย์แต่ทำงานกราฟิกดีไซน์
ครับ เอาพอร์ตงานเกี่ยวกับหนังสือที่เคยทำตอนเรียน งานโปสเตอร์สัมมนา งานกราฟิค ไปสมัครงาน ไม่ได้เอาพอร์ตงานสถาปัตยกรรมไปครับ ตั้งใจอยากทำหนังสือมาก ตำแหน่งไหนก็ได้ แล้วเขาก็พิจารณาให้ทำ ให้ทำศิลป์บทความ คือวางเลย์เอาท์อย่างเดียว แต่เราก็อาศัยถามนู่นนี่ ขอเขาทำไปหมด คืออยากได้ความรู้เกี่ยวกับงานหนังสือ

+นอกจากทำกราฟิกนี่พี่ทำอะไรอีกครับ
เขียนหนังสือครับ เรื่องสั้น ตอนเรียนก็ทำมือขาย สมัยนั้น (2544) กำลังบูมมาก ทดลองทำ ส่งเข้าประกวดในงานมหกรรมหนังสือทำมือ MBK INDY BOOK AWARDS 2002 ครั้งแรกด้วย แล้วก็ได้รางวัลกลับมา หลังจากนั้น อีก 2 ปีก็ส่งไปใหม่ ก็ได้มาอีก เลยเอาเล่มล่าสุดที่ได้รางวัลมาพิมพ์ขายครับ แล้วก็เขียนเก็บไปเรื่อยๆ

+งานหนังสือนี่คือ
งานเขียนสั้นๆ ครับ รวมเล่ม ทำเองทั้งหมด หลังๆ มานี้พอมีร้านก็รับเรื่องคนอื่นลองมาทำ รวมเล่มดูอีกที แต่ไม่ได้เอาเข้าระบบนะ ขายตรง ขายกันเอง อ่านกันเอง ทำสองภาษา เป็นความอยากทำล้วนๆ

+ งานพี่เด่นๆ นี่คือออกแบบลายเสื้อ ?
ไม่ได้เด่นอะไรนะครับ ลายธรรมดามาก สกรีนสีเดียว ออกแบบเท่าที่เราสามารถสกรีนกันเองได้ เพราะเราก็ไม่ได้เรียนมาทางด้านงานสกรีน คือแค่อยากทำกันเอง เป็นลายง่ายๆ ไม่ซับซ้อน

+ งานโปสการ์ดที่ถนนคนเดินด้วย
ทำเสื้ออย่างเดียว มันก็ขายยากน่ะ ช่วงแรกๆ เลยเอางานกราฟิคที่เคยทำ ไปอัดรูปทำโปสการ์ดขายควบไปด้วย ที่ถนนคนเดิน สินค้าจะได้หลากหลายขึ้นมาหน่อย แต่พอเอาไปขาย เจ้าหน้าที่กลับบอกว่า มันไม่ใช่วัฒนธรรมล้านนา ไม่ใช่งานแฮนเมด ใช้คอมพิวเตอร์ทำ ขายไม่ได้ อือ หลังจากวันนั้นเราเลยคิดว่า อยากทำงานกราฟิคที่มีวัฒนธรรมล้านนาผสมอยู่ แต่เป็นในแบบของเรา ที่ไหนก็ได้ บนปกหนังสือ บนภาพประกอบที่ทำงานประจำอยู่ (COMPASS Magazine) คือไม่อยากให้งานคอมพิวเตอร์กราฟิค ถูกเหมารวมว่าเป็นงานก็อปปี้ ทำซ้ำ และถูกแบ่งแยกว่าไม่ใช่งานศิลปะ จากบุคคลบางประเภท ที่แม้แต่คำเมือง (ล้านนา) ยังพูดไม่ได้ แต่กลับมาอ้างวัฒนธรรมล้านนา และบอกว่างานของเราไม่ใช่งานศิลปะ เป็นงานทำซ้ำ เขี่ยออกยิ่งกว่าเสื้อชาวเขา ที่ทำซ้ำเข้าระบบโรงงานอย่างทุกวันนี้

+ เพราะอะไร แล้วทำไมถึงเลือกเป็นกราฟิกดีไซเนอร์
ตอนแรกๆ ก็ไม่ได้เลือกว่าจะเป็นกราฟิคครับ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตำแหน่งนี้มีประจำด้วย คือผมอยากทำงานหนังสือ จะเป็นตำแหน่งไหนก็ได้ คือผมอยากมีหนังสือของตัวเอง ทีนี้ไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้ก็เลยต้องเอาตัวไปศึกษาจากที่ที่เขาทำงานด้านนี้ เหมือนไปฝึกงาน แต่ได้เงินเดือน อยากรู้ไปหมด เพลทคืออะไร แสกนงานยังไง CMYK คืออะไร ในหัวเรามันว่างเปล่ามาก แต่พอได้ทำงานจัดบทความที่ออฟฟิส ทำไปทำมา มันเบื่อๆ อยากเพิ่มรูปประกอบ เลยขอเขาทำ เขาก็ให้ทำ เลยชอบ เลยทำมาเรื่อยๆ ครับ

+ พี่ทำกราฟิกดีไซน์มานานหรือยัง เริ่มปีไหน
ถ้านับจากทำงานประจำเลยก็ 6 ปีครับ เริ่มปี 2545 แต่ถ้านับสมัยเรียนด้วยก็บวกไปอีก 2 ปีครับ 8 ปีให้แล้ว

+ ผลงานที่ผ่านมานี่ มีอะไรเด่นๆ บ้าง
ผมทำงานจับฉ่ายมาก คืออยากทำหลายอย่าง อยากทำหนังสือ อยากเขียนงาน ไปทำหนังสั้นบ้าง ทำภาพประกอบ งานกราฟิคบ้าง เลยเถิดมาทำเสื้อยืด จัดงานอีเว้นศิลปะ เลยไม่มีอย่างไหนเด่นจริงๆ จังๆ แต่ถ้าถามว่าชอบงานไหนนี่บอกได้ครับ งานภาพประกอบกับออกแบบปกหนังสือครับ เพราะทำปกของตัวเองแล้ว ก็อยากทำให้คนอื่น ที่ภูมิใจก็มีปก นิตยสาร COMPASS ปก Human Rights ของ openbooks ปกรวมเรื่องสั้น เคหวัตถุ ของ อ. ต้น อนุสรณ์ ติปยานนท์

+ ทำไมถึงตั้งชื่อว่า นกฮูกดีไซน์
นกฮูก เป็นชื่อรุ่นสถาปัตยกรรมที่เทคโนฯ พายัพ ผมเรียนปวส. ที่นี่ครับ เลยใช้เป็นชื่ออีเมลก่อน กับนามปากกาช่วงแรกๆ ของการเขียนเรื่องสั้น แล้วก็ไม่มีอะไรมากกว่านี้ครับ หลังๆ พอจะมีเว็บเป็นของตัวเองมันไม่รู้จะเปลี่ยนเป็นอะไร หาชื่อโดเมนที่ยังไม่มีคนจด ก็เลยเอาชื่อนี้ แต่เติมท้ายให้หน่อยให้เฉพาะทางขึ้น กลายเป็น นกฮูกดีไซน์ อย่างที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้ครับ

+แล้วทำไมต้องมี 69 ต่อท้ายชื่อด้วยครับ มันมาจากอะไร
ไม่มีความหมายครับ แค่เลขที่ชอบ จำง่ายดี อีกอย่างมันดูทะลึ่งๆ ดี

+จุดเริ่มต้นของนกฮูกดีไซน์มาจากไหน
จากการขายเสื้อยืด 50 ตัว ที่ถนนคนเดินครับ แล้วพอขายได้ เลยอยากมีเว็บของตัวเอง ลองทำเว็บไปแปะใน Yahoo พอมีตังค์หน่อย ก็ไปจดโดเมน เป็นการเริ่มต้นจากการตั้งชื่อเว็บครับ

+ นกฮูกดีไซน์นี่พี่ทำกันกี่คนครับ
หลักๆ เลย มี 2 คนครับ และก็สมาชิกกำลังสนับสนุนอีก 4-5 คน

+ มีใครบ้าง
มีผมกับกวาง ครับ ผมจะเป็นฝ่ายออกแบบกับเฝ้าร้าน กวางจะรับหน้าที่ดูแลเรื่องเอกสาร งานแปล บัญชี และคนสกรีนเสื้อ แต่หากมีงานอีเว้นท์ หรืองานที่ต้องใช้แรงงานมากๆ ก็จะมีสมาชิกมาเพิ่มบ้างเป็นครั้งคราว เป็นญาติๆ กันกับกวางครับ ทั้งที่กทม. และก็ที่เชียงใหม่

+ พี่แก๊งเป็นคนก่อตั้ง ?
ก่อตั้งกัน 2 คนครับ แต่ไม่เป็นทางการนะครับ ทำร้านเสื้อยืดกับสินค้าที่ออกแบบเองกัน เป็นร้านเล็กๆ ชื่อร้านนกฮูกดีไซน์ ตั้งอยู่แถวโซนประตูเชียงใหม่

+ ก่อตั้งเมื่อไหร่
นับจากเริ่มออนไลน์เว็บดีกว่านะครับ จำง่ายดี เดือน กุมภาพันธ์ 2549 ครับ แต่ถ้าทำร้านจริงๆ ก็เมื่อต้นปีนี้เองครับ

+ มีเว็บด้วย
ใช่ครับ ทำเว็บหลังจากขายเสื้อได้ 4 เดือน

+ Feeg back ดีไหม
แรกเริ่มก็ไม่มีคนเข้าเว็บหรอกครับ นานๆ ก็เริ่มมีบ้าง พอเปิดร้านเลยรู้ว่ามันอยู่ได้นะ ลูกค้าคนไทยมาจากเว็บเสียส่วนใหญ่เลย นอกนั้นคนที่ซื้อเสื้อยืดก็จะเป็นชาวต่างชาติ แต่ไม่ได้ขายดีอะไรมากนะครับ เพราะผมก็ทำกันน้อย มีไซส์บ้าง ไม่มีบ้าง สีนั้นหมด สีนี้ทำไม่ได้ ก็ตามกำลังผลิตที่มีกันอยู่ 2 คนครับ

+ พี่อยู่เชียงใหม่เนี่ย คือ มีกลุ่มคนทำงานกราฟิกด้วย
มีครับ

+ เยอะไหม
เยอะครับ บางทีอาจพอๆ กับกทม. เพราะบริษัทต่างชาติ มาเปิดบริษัท รับงานจากที่อื่นด้วย มีฟรีก็อปปี้ นับ 30 หัว มีโรงพิมพ์มากมาย กราฟิคเฮ้าส์เล็กใหญ่

+ มีการรวมตัวกันทำอะไรไหม ที่เชียงใหม่
มีครับ ทำ โฮะ กันขึ้นมา ก็มีท็อป มีบอย ผม เริ่มเล่นกันก่อน แรกๆ ก็ทำอีบุ๊คแจกฟรีกัน เอาความเป็นล้านนามาใส่ในงาน ทดลองกันไป ไม่มีใครรู้เรื่องกันมากหรอกครับ ทำตามความถนัดแต่ละคน ทำไปทำมาสมาชิกก็เพิ่ม 30 กว่าคน รวมเป็นสังคมที่ช่วยเหลือกัน ใครมีงานอะไรก็แจ้งกัน มาร่วมแจมกันบ้างบางครั้ง ส่วนใหญ่ก็ใช้งบกันเองครับ ไม่ได้ทำในแง่ธุรกิจเลย ไม่มีใครถนัด และไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น

+ คนส่วนมากเรียนจบแล้วก็ทำงานที่กรุงเทพกันซะส่วนใหญ่ แต่พี่เลือกที่จะทำงานที่เชียงใหม่ ...เพราะ?
ผมอยากทำงานที่บ้านครับ หมายถึงเชียงใหม่ครับ ที่ไหนก็ได้ที่นี่ ผมเกิดที่นี่ ผมคิดว่าทำที่ไหนก็เหมือนกัน เราพัฒนางานจากตัวเราเองได้ รากของเราชัดเจน มันฝังอยู่ในตัวตั้งแต่เกิด ไม่ได้มีคนบังคับให้รักบ้านเกิดนะ แต่ผมชอบที่นี่ แน่นอน อาจจะเงินไม่มากเท่ากทม. แต่ที่นี่วิถีชีวิตของเราสบายมาก ตื่นสายได้ ขับมอเตอร์ไซค์ มาเปิดร้าน เข้าออฟฟิศหนังสือเดือนละ 7 วัน รับงานนอก ไปร้านหนังสือได้ หนังสือดีๆ มีขายเหมือนกัน ไปดูหนังได้ เพื่อนฝูงก็แวะมาหาได้ อยู่บ้านใกล้ๆ กัน 5 นาทีก็ถึงแล้ว

+ ตอนนี้ที่เชียงใหม่พี่ว่าเรื่องงานกราฟิกเป็นไงบ้าง
เด็กใหม่ๆ จบมาก็เยอะครับ หลายคนไฟแรง งานดีๆ ก็มาก งานที่ก็อปปี้มาก็มี แต่เชื่อว่ามันกำลังพัฒนาขึ้นกว่าเมื่อก่อน ที่ต่างคนต่างก็ทำกันในรูใต้ดิน ของใครของมัน ตอนนี้ลิงค์กันหมดแล้ว ทุกคนช่วยเหลือกัน มันแข็งแรงขึ้นมากเลย แต่เรื่องค่าตอบแทนอาจจะยังสู้กทม หรือต่างชาติ ไม่ได้ เพราะค่าตอบแทนก็ยังไม่มากเท่า แต่อีกหน่อยคงได้มากขึ้น ถ้างานเราชัดเจนขึ้น ตอนนี้เรากำลังขุดรากของตัวเองกันอยู่ เชื่อว่าอีกปีสองปี งานใหม่ๆ ของกราฟิครุ่นหลังๆ คงแสดงตัวตนมากกว่าปัจจุบันแน่นอน

+ทำไมถึงเลือกจะทำสกรีนลายเสื้อกับออกแบบโปสการ์ดล่ะครับ
อยากทำครับ อันดับแรก และเห็นว่า เราทำเล็กๆ ได้ ใช้งบไม่มากได้ และน่าจะเอาอยู่ แต่ความฝันของผมก็คือทำหนังสืออยู่ดีนะครับ คือจะเอาเงินกำไรตรงนี้ มาผลิตหนังสือในแบบของเรา แต่ติดตรงที่ไม่ได้ร่ำรวย ต้องทำงานอย่างอื่นไปก่อน งานเสื้อยืดกับโปสการ์ดจึงเป็นโปรดักส์แรกๆ ที่พอจะทำได้

+แล้วนอกจากนั้นมีงานอย่างอื่นทำด้วยอีกไหม แบบงานเสริมอ่ะครับ
ก็มีงานทั่วไปครับ งานออกแบบปก งานเลย์เอาท์แมกกาซีนท้องถิ่น รับงานจาก กทม บ้าง บางครั้ง ส่งงานทางเมลเอา สมัยนี้สะดวกดี

+แล้วใครเป็นคนดีไซน์พวกลายเสื้อครับ มีคนนอกมาช่วยแจมบ้างไหม
มีลายเดียวที่ให้คนมาร่วมแจมครับ นอกนั้นทำกันเองหมดเลย

+คิดว่าจะขยายงานออกไปได้มากน้อยแค่ไหน ผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง
คงค่อยๆ ขยายไปครับ ค่อยๆ ทำ ไม่รีบร้อน ตามกำลัง เชื่อว่าสักวันคงมีงานใหม่ๆ ในแบบของเรา เป็นส่วนหนึ่งของล้านนา อยากให้ผู้ใหญ่รู้ว่า วัฒนธรรม มันควรจะปรับใช้ให้พอดี และอยู่บนรากฐานที่หลากหลายมากกว่านี้ ส่วนผลตอบรับเป็นอีกเรื่องที่ต้องให้คนอื่นช่วยพิจารณา

+คิดว่าสถานการณ์กราฟิกดีไซน์เมืองไทยเป็นอย่างไร
ดีขึ้นครับ อย่างน้อยสื่อหลายสื่อก็นำกราฟิคไปใช้ในงานมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนแล้ว มีงานหลายชิ้นที่แหวกขนบเดิม เป็นงานทดลองใหม่ๆ ที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นหน้าปกหนังสือ งานภาพประกอบ ก็มีหลากหลายเทคนิคมากขึ้น ไตเติ้ลรายการทีวี กับมิวสิควิดีโอบางตัว ตอนนี้ก็ทำได้ดีกว่าเมือก่อนเยอะ

+ นกฮูกดีไซน์ มีงานที่เป็นเอกลักษณ์ สไตล์งานคือ?
ความปัญญาอ่อน งานวัฒนธรรม งานการ์ตูน ย้อนยุค การรวมกันระหว่างวัฒนธรรมสองซีก ตะวันออกกับตะวันตก สีชมพูกับสีน้ำตาล

+ ได้แรงบันดาลใจมาจากไหน
มาจากสิ่งใกล้ตัว วัฒนธรรมล้านนา สถาปัตยกรรมท้องถิ่น หนังที่ดู หนังสือต่างๆ พวกเรื่องสั้น รายการทีวี
ตอนเด็กๆ ผมชอบดูภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังในวัด มันสวยมาก แต่เราวาดแนวนั้นไม่ได้ มันยากมาก ต้องได้รับการฝึกฝนจากครูช่าง ก็เลยเป็นแรงผลักให้ชอบวาด ชอบเขียน ตั้งแต่เด็ก ประกวดวาดเกือบทุกเวที โตมาก็ยังอยากทำงานด้านศิลปะ แต่กลัวจะจน เลยเลือกเรียนสถาปัตยกรรม เป็นความคิดตอนนั้น แล้วก็ได้รับอิทธิพลตอนเรียนสถาปัตยกรรมมาบ้าง พอโตขึ้นก็อยากต่อยอดความคิดเหล่านี้ คิดว่ามันน่าจะรวมกันได้ อยากถ่ายทอดอออกมาในรูปแบบของเราบ้าง จนมาเป็นงานที่ทำอยู่ปัจจุบัน

+อยากให้นกฮูกดีไซน์ก้าวไปถึงจุดไหน ถึงเรียกว่าสำเร็จและพอใจ
ไม่อยากให้มันใหญ่โตนะครับ จริงๆ ครับ อยากให้มันเล็กๆ แบบนี้แหละ เลี้ยงตัวมันเองได้ แข็งแรงมั่นคง มีค่าพอจะเป็นมรดก ส่งมอบให้ลูกหลานในอนาคต ดูจะเว่อร์ไปหน่อย แต่อยากให้มันเป็นลิขสิทธิ์ที่พอจะเลี้ยงเราได้ ด้วยงานพวกนี้

+คิดว่างานคนไทยเป็นอย่างไร เอาโดยรวม เพราะคนไทยมักดูถูกกันเอง
ตอนนี้มีงานหลากหลายขึ้นแล้วนะครับ ถ้าหลากหลายกว่านี้ และมีตัวตนชัดเจนแบบงานของชาวญี่ปุ่น หรืออิตาลี ผมว่าสุดยอดแน่ๆ ประเทศเราส่งออกงานด้านออกแบบสบาย

+แล้วจะมีโอกาสโกอินเตอร์ ก้าวสู่สากลโลกได้มากน้อยแค่ไหน
งานของผมเหรอครับ อยากให้คนในท้องถิ่นยอมรับก่อนครับ เอาแค่เชียงใหม่นี่แหละ ว่ามันใช้ได้ มันตอบโจทย์เมืองล้านนาที่เราร่วมอาศัยอยู่ได้ ตอนนี้กำลังพึ่งเริ่มครับ ส่วนก้าวสู่สากลได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการยอมรับในแนวคิดของคนท้องถิ่นก่อนครับ ผมอยากให้งานเราแข็งแรงก่อน ตอบคำถามเรื่องนี้ให้ได้ก่อน เพราะต่างชาติเอง เขาก็มองด้านองค์ประกอบศิลป์ มองตัวตนของเราได้จากรูป แต่ไม่ได้รับรู้มิติด้านวัฒนธรรมที่เราถ่ายทอดนักหรอก

+แล้วเวลาตันๆ คิดอะไรไม่ออก มักไปหาไอเดียจากไหน
บางทีก็ไปเที่ยว ขับมอเตอร์ไซค์ไป ไปเช่าหนังมาดู กินเหล้ากับเพื่อน ไม่จำเป็นต้องอาชีพเดียวกันกับเรานะครับ บางทีคำตอบมันก็ลอยมาหาเราเองเลยครับ รีบจดใส่กระดาษไว้ ว่างๆ ค่อยต่อยอดในคอม

+มีคู่แข่งอยู่บ้างไหม
ด้านไหนครับ ถ้างานออกแบบคงไม่เรียกว่าคู่แข่ง เพราะช่วยเหลือกันอยู่แล้ว ส่วนงานแนวที่ผมทำ มันก็ไม่ใช่แนวป๊อปที่คนจะแห่มาทำกัน ถ้ามี ผมจะดีใจมาก อยากให้ทุกคนคิด พัฒนางานให้ดีกว่าผมหลายๆ เท่า ส่วนใครจะเปิดร้านเสื้อผมก็ไม่ถือว่าเป็นคู่แข่งนะ เพราะเสื้อแนวผมมันไม่แมสอยู่แล้ว คนชอบก็ชอบไม่ชอบคือไม่ซื้อเลย มันไม่ได้อยู่ตรงกลางตั้งแต่แรกแล้ว

+มีอะไรฝากถึงน้องๆ ในวงการบ้างครับ
กระดาษ ดินสอ ปากกา มีแค่นี้ก็สร้างงานได้แล้วครับ เริ่มเลย จะมัวรออะไรอยู่อีก คอมพิวเตอร์มันเรียนกันได้ แต่ความคิดไม่มีใครสอนได้ นอกจากเราจะหามันด้วยตัวเอง ไม่งั้นก็จงตามตูดเขาตลอดไปนั่นแหละ

*ตัดมาจากบทสัมภาษณ์บางส่วนจากนิตยสาร CG+magazine issue 16/ 2008