Nokhookdesign-Shop


จากแบบร่างบนกระดาษ ที่ส่งไปลงใน ลาบดิบ ของท่านท็อป ระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ทีมงานนกฮูกวิ่งเต้น ขอกู้เงินจำนวน 1 แสนบาท เพื่อมาทำร้าน (ไปกู้แบ้งไม่ได้ ก็เลยต้องกู้สหกรณ์ครู)
เนื่องจากทีทางบนถนนคนเดิน ก็ลำบากเต็มที เลยตัดสินใจชั่วขณะสเก็ตแบบ ทำร้านที่บ้านเลยแล้วกัน
เป็นการวัดใจจริงๆ ตั้งใจเอาไว้ว่า "ร้านจะเป็นแบบสหกรณ์ร้านค้า ไม่หรูหราฟู่ฟ่า แต่ก็ไม่ดูเหมือนร้านคาราโอเกะจนเกินไป มิตรสหายเอางานทำมือมาวาง จิบเบียร์ตอนเย็นหน้าบ้าน ใครมีสินค้า (ถูกกฏหมาย) ก็เอามาฝากขายได้ หักเปอร์เซนต์ไป ใครมีงานศิลปะ ก็เอามาแสดงได้ ใครผ่านมาเชียงใหม่ก็มาแวะที่ร้าน อยากให้เป็นเสมือนร้านทางเลือก ไม่อาทจ๋าจนเกินไป และไม่ขายของจนเกินไป คุณลุงคุณป้าบ้านข้างๆ มาเดินดู นั่งเล่นได้แบบไม่เคอะเขิน ตั้งใจว่าจะยืนอยู่จุดกึ่งกลางประมาณนี้ อะไรทำนองนี้"

การดำเนินงานติดขัด ในระยะแรก เพราะต้องหาช่างผู้รับเหมาที่เข้าใจงาน (เจ้าแรกก็แพงไป จ่ายไม่ไหว) และที่สำคัญต้องไม่แพงจนเกินไปนัก จนมาได้ช่างจำรัส แกเหมาแต่ค่าแรงไป ของเราซื้อให้ จนขณะนี้งบจะบานปลายออกไปแล้ว ก็ต้องคุมงานกันหน่อย คลาดสายตาไม่ได้ ของขาด ต่อผิด อาจมีแก้ไข

รูปแบบร้าน จะเน้นที่เสื้อยืด โปสการ์ด งานทำมือ และสามารถปรับเปลี่ยนผนัง แสดงงานศิลปะ ขนาดเล็กได้ในโอกาศสำคัญ (ดีเทลต่างๆ ยากอยู่ เพราะยังไม่ค่อยมีคนทำ ฉะนั้นผนังผลักได้ จึงต้องหาวัสดุที่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ เป็นผนังลับ ตอนเขียนแบบเขียนง่าย แต่ตอนทำนี่ปวดหัวเหมือนกัน)

ภาพที่เห็นทำได้ 4 วันแล้วครับ ระยะโครงการที่ตั้งไว้น่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ หากมีความคืบหน้า ผมเองจะมารายงานครั้งต่อไปนะครับ ใครผ่านไปผ่านมาแถววัดพันแหวนประตูเชียงใหม่ ก็แวะมาที่ร้านได้นะครับผม ยินดีต้อนรับทุกท่าน

นกฮูกนิวส์ รายงาน

ปล. ราคานี้ไม่รวมบานเก่าแก่ที่มี และไม่รวมเฟอร์นิเจอร์เน่อพี่น้อง ใครมีไม้เก่าๆ ไม่ใช้แล้ว สามารถนำมาบริจาคได้นะ 555 ผมเอาหมด

ความเดิมต่อจาก เอนทรี่นี้

"โอ ช่างมันเนี๊ยบน๊อะ" เสียงจากลุงข้างบ้าน บอกผมเมื่อเช้านี้ แกดูอยู่หลายวัน เห็นงานที่ช่างไม้ทำแล้วเข้าท่า ก็เข้ามาทักทายพูดจา แกเดินกระโผกกระเผกมากลางร้านแหงนมอง จุดต่างๆ รอบร้าน "นึกว่าปูนเสียอีกนะเนี่ย" ผมส่ายหน้า "ไม่ใช่หรอก เป็นแผ่น วีว่าบอร์ด วัสดุมาใหม่แข็งแรงดี แต่ก็แพง" ผมบอก แกยิ้ม
"ต่อห้องให้เช่าหรือ"
"เปล่าครับ ทำร้านขายของ ขายเสื้อ ขายอะไรไปเรื่อยน่ะครับ"
"ดีนะ ดีกว่าอยู่เปล่าๆ ลุงไม่ได้ขายของละ ลูกไม่ให้ขาย" แกยิ้ม ไม่ได้พูดไรต่ออีก ผมยิ้มตอบ

ความจริงผมยิ้มที่มีร้านเสียมากกว่า ผมยืนมองได้สามสี่วันแล้ว รีบเอาตู้ไฟไปทำสติ๊กเกอร์ตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ก็ได้ตู้ไฟมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
คือผมอยากจะบอกว่า ผมเคยฝันว่าอยากมีตู้ไฟ ตั้งแต่เด็ก
เป็นความฝันจริงๆ ครับ ไม่ได้อยากพูดให้ดูดีอะไรเลย มันอาจจะดูเพี้ยนๆ ไปสักหน่อย แต่สาบานได้ว่าคือเรื่องจริงครับ

การมีตู้ไฟสำหรับผมแล้ว มันก็หมายถึงการมีร้านของตัวเองนั่นแหละครับ ลำพังเิงินเดือนน้อยนิดจะมีร้านเป็นของตัวเองคงลำบาก แต่ก็อยากมีนะ แต่ถ้ามีขอมีป้ายร้านเป็นตู้ไฟ (ร้านบางร้านร่ำรวยโดยไม่มีตู้ไฟก็มี เราไม่นับหรอก เราไม่ชอบนี่นา)
ผมชอบของผมอย่างนี้ อยากเห็นมันเปิดได้ มีไฟออก มีโลโก้ที่เราออกแบบ สีสันสดใส ใครเดินไปเดินมาก็หันมามอง
และที่สำคัญ มันอยู่เหนือหัวเรา มันแปะอยู่บนสิ่งที่เรียกว่า "ร้านของเราเอง"
นกฮูกสาวบอกผมครั้งหนึ่งว่า "แค่ตู้ไฟ ถ้ามีร้านเมื่อไหร่ก็ค่อยมีก็ได้" ผมก็งอแง อยากมีนี่นา
ตอนนี้ผมมีแล้วนี่ "ตู้ไฟของผม ความฝันอยากมีร้านเล็กๆ เป็นจริง"
ต้องถ่ายรูป


ตู้ไฟ nokhook ขนาด 50 เซนติเมตร ที่ไปหาตู้ไฟเก่าแถวกาดโบราณ ตอนแรกมันเป็นของเหล้ายี่ห้อหนึ่ง ผมนำมาดัดแปลง เป็นของตัวเอง ประหยัดเงินไปครึ่งต่อครึ่ง

 

ในส่วนดีเทลต่างๆ ของร้าน ก็มีเย๊อะแยะจุกจิก (งานเล็กๆ แต่ก็ยังจะ...นะ) รู้สึกเหนื่อย ปนสนุกหากร้านเสร็จคงต้องมีการฉลองใหญ่แน่ๆ เลย ผมเลยลองเอาดีเทลร้านจุดแรกมานำเสนอ

"บานประตูลับผลักได้" ใช่แล้ว มันเป็นกำแพง ซึ่งสามารถผลักเป็นส่วน แสดงงานศิลปะขนาดย่อมได้สบายๆ
คิดหัวแทบแตกว่าจะเอาแกนอย่างไหนหมุนมันดี สุดท้ายก็ได้ลูกปืน รถจักรยานยนต์ (ขอร้านซ่อมรถข้างบ้านเขามาอีกที) สรุปแล้วว่ามันใช้ได้ แจ่มมากๆ

ดีเทลอย่างแรกเสร็จสิ้นไปแล้ว ยังมีจุดต่างๆ ที่ประหลาดกว่าชาวบ้านอีกนิดหน่อยหลายจุด ไว้เสร็จจะทยอยมาบอกอีกที

แค่่นี้แหละ วันนี้ผมมาแค่จะมาบอกว่า "ความฝันบางทีก็เป็นจริงได้นะ เมื่อฝันไว้ไม่มาก และค่อยๆ ทำมันไป มันก็ได้มาเองแหละ"

"ความสำเร็จแบบก้าวกระโดดบางทีตอนขึ้นมันก็สนุกนะ แต่ถ้าล้มนี่ต้องเจ็บน่าดู เพราะเราไม่รู้ว่าขั้นที่ก้าวข้ามมานั้น มีจำนวนเท่าใดกันแน่"
ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า "ถ้าเราค่อยๆ ขึ้น มันอาจเหมือนคนแก่เดินขึ้นบันไดสักหน่อย แต่มันก็ถึงเหมือนกัน เซพตี้ไว้ก่อนดีกว่าครับ"


จุดที่ทำให้หมุนได้ไงครับ (ของฟรี)


ประตูลับ หมุนได้ (ต้องยกความดีความชอบให้ท่านนกโค้ว ผู้ออกแบบ และช่างจำรัสผู้หาทางแก้ไขให้หมุนลื่น ไม่หนัก)

 


ด้านหน้าร้านครับผม

ปล. ร้านเล็กๆ ครับ ทำโล่งๆ เข้าไว้ เดี๋ยวเฟอร์นิเจอร์ลง ต้นไม้กระถางลง ก็คงพอดี ส่วนรายละเอียดที่ไม่เหมือนชาวบ้านอีก 4-5 จุด รอคุณมาสัมผัสด้วยตัวคุณเอง 555

nokhook shop เสร็จแล้วครับ

posted on 14 Dec 2007 22:40 by nokhook69  in Nokhookdesign-Shop


จากความเดิม (โครงการก่อสร้างร้านระยะสั้น) เอนทรี่นี้ http://nokhook69.exteen.com/20071204/entry

555 เปิดด้วยคำว่าเสร็จ แต่จริงๆ ก็ยังไม่เสร็จดีหรอกครับ เหลือแค่ช่างไฟมาติดตำแหน่งดวงโคม กะตู้ไฟให้อีกทีก่อน แต่ผมเองอดใจไม่ไหว ตัดต่อตู้ไฟไปติดก่อน ว่าติดแล้วจะเป็นเช่นไรนั่นเอง (หล่อๆ หายเหนื่อย)

กว่าร้านจะเป็นรูปร่างแล้วเสร็จในวันนี้ ผมเองออกแบบคร่าวๆ ไว้นานนมแล้ว วาดเล่นเขียนเล่น ในกระดาษเศษตอนไปขายเสื้อที่ถนนคนเดินกับท่านนกฮูกสาว ก็ประมาณนี้ ไม่ได้จริงจัง

แต่หลายเดือนผ่าน เป็นปี ที่ทางบนถนนคนเดินก็ถูกเบียดเสียด กดดัน เราจึงปรึกษากันว่าเอาไงต่อกับธุรกิจกำไรน้อยอันนี้ดี ตกลงได้ว่า "มาสร้างร้านที่บ้านกันเถอะ" ผมเองรีบมาขุดเอาแบบเก่าก่อนมาคิดต่อทันที

ตามธรรมเนียม ชาวบ้าน พนักงานทั่วไปเงินเดือนไม่ถึงหมื่นจะเอาเงินก้อนที่ไหนมาเล่า ก็ไปขอกู้กัน ตกลงว่าไม่ผ่าน เงินเดือนน้อยแบงค์ไม่ปล่อยหรอก จะกู้ต่อเติม แบบก็ไม่ถึง 5 แสนบาทเขาไม่รับ (ธนาคารจะยึดโครงสร้างกระหลั่วไปทำอะไรเล่า จริงไหม)

ต้องร้อนถึงท่านพ่อของนกฮูกสาว ต้องไปกู้สหกรณ์ครูให้ในในจำนวน 1 แสนบาท เวลาผ่านไปหลายอาทิตย์ ผมเองตื่นเต้นมากๆ ตอนท่านบอกว่า "เงินได้แล้วนะ"

เมื่อได้เงิน ก็ส่งแบบร่างให้ท่านพี่นกโค้ว เขียนเป็นแบบสถาปัตย์คร่าวๆ พอให้หาระยะได้ แล้วก็เริ่มควานหาช่างไม้ไว้ใจได้อยู่หลายอาทิตย์ (เกือบเดือน) ตกลงราคาค่าจ้างที่ค่าแรงอย่างเดียว ผมเองออกค่าของ หาอยู่หลายเจ้า ไม่ได้ดั่งใจ จนมาตกลงได้ช่างจำรัส

ผมเองก็ให้ช่างเข้ามาทำตั้งแต่วันที่ 25 เดือนที่แล้วจนถึงวันนี้ ก็ 20 วันกันพอดี ของขาดผมก็ต้องไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆ มาให้ช่างเอง (บางที่ก็งง ๆ ว่าของแบบนี้ใช้แทนแบบนี้ไม่ได้รึ) ก็ไปซื้อสีเอง ตั้งแต่น็อตขนาด 1 นิ้ว จนไปถึงแผ่นวีว่าบอร์ด ขนาด 2.40 เมตร ทั้งวงกบไม้ ประตู กระจก บานพับ ต้นไม้ ฯลฯ

เหนื่อยมากๆ เลยครับ ผมเองต้องปรับแบบตามหน้างานหลายรอบ แวบไปไหนนานไม่ได้เลย ไม่งั้นกลับมาทุกอย่างจะยากเกินแก้ไข ต้องปล่อยเลยตามเลย ถึงจะงานเล็กๆ แต่กว่าจะได้ช่างนู้นนี้มาก็ต้องควานหากันแทบตาย โดยฌฉพาะช่างที่เข้าใจสถานะเราดี และเป็นงาน (งานต่อเติมบางทีร้านกระจกก็ไม่มาติดให้อ้างว่าติดงานบ้าง ช่างฝ้าก็ต้องอีกเจ้าหนึ่ง ช่างไฟก็อีกที่ วุ่นวายดีทีเดียว)

แต่มันก็ผ่านพ้นไปแล้ว ตั้งแต่จบสถาปัตย์มา คราวนี้ก็คราวแรก ที่ต้องมาคุมงานก่อสร้างเอง สนุกปนเหนื่อย ช่างไม้เสร็จก็เลี้ยงเหล้ากัน รื่นเริงไปหนึ่งชุด ช่างบอกว่า "ดีนะที่คิดทำอะไรได้ในวัยนี้ ตอนพี่อายุเท่านี้ยังอยู่ไหนไม่รู้เลย" ผมยิ้ม ตอบไปว่า "ก็ต้องค่อยๆ ไปครับ ไม่รีบร้อน" ช่างยื่นแก้ว ชนกับผม "ขอให้รวยเน่อ" ผมยิ้มตอบไปว่า

"ได้ทำก็สนุกแล้วครับ ตั้งใจอยากให้เป็นเหมือนสหกร์ณ์ร้านค้าแบบในโรงเรียน ใครมีอะไรก็เอามาฝากขาย ขายงานที่ออกแบบกันเอง รวยไม่รวยไม่รู้ รู้แต่ว่าชุมชนแข็งแรงแน่นอน"

พรุ่งนี้ก็รอช่างไฟ ผมและท่านนกฮูกสาว ก็ทำความสะอาดกันไป จะไปนิมนต์พระมาสวด เอาฤกษ์ งามยามดีก่อน คาดว่าอาจมีซอฟโอเพนนิ่งสักวัน น่าจะประมาณ วันที่ 25 นี้ ยังไงจะมาแจ้งท่านลูกค้าอีกครั้งนะครับ