LOMO-Photos

รวมพลังห้าสี

posted on 31 Jul 2009 19:37 by nokhook69  in LOMO-Photos

ยอดมนุษย์ 5 สี รวมพลังกันแบบมิได้นัดหมายที่ร้านพระนครกาแฟ (หลังมอ ของท่านจาวิน)
"เราไม่กลัวสีไหนๆ ทั้งนั้น 555" ยอดมนุษย์สาวนาฬิกาเรือนทองว่า และหัวเราะเสียงดัง มิได้สำรวมเอาเสียเลยว่ากำลังเป็นตัวเอก แสดงท่าทีเป็นนางมารร้ายไปได้
"งั้นแปลงร่างไปปราบปีศาจกันเถอะ" ยอดมนุษย์สีแดงเสริม และยอดมนุษย์สองสามีภรรยานาฬิกาทองและชมพูพยักหน้าร่วมขบวน แม้จะรู้ว่าการสู้กับเหล่า
ปีศาจร้ายไร้ตัวตน มันเสียเวลากินกาแฟ
ก่อนที่จะแปลงร่างได้ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
"ลูกค้ามา ขอไปชงกาแฟก่อนนะ เดี๋ยวมาเล่นด้วย" ยอดมนุษย์นาฬิกาดำเจ้าของร้านกล่าว ก่อนเดินจากไป

ยอดมนุษย์ที่เหลือ จึงก้มลงดูดกาแฟ และพูดคุยกันเรื่องหมาปั๊กที่เลี้ยงไว้ที่บ้าน
ด้วยความสนุกสนาน

 

นี่คือภาพบางส่วนของวันเเปิดนิทรรศการศิลปะ สตรีทอาท Panda Mania! ของพี่กบ kobby1 (ผู้คว่ำหวอดอยู่ในแวดวงสตรีทอาทในเชียงใหม่ ถึง 14 ปี) และผองเพื่อน น้องๆ ศิลปินสตรีทอาท ทั้งชาวต่างชาติ ชาวเชียงใหม่ และกทม. รวมถึงนกฮูกดีไซน์ด้วย (ซึ่งจัดอยู่ในสตรีทอาทกับเขาพอได้)

คราวนี้ไม่ได้แสดงกันตามท้องถนน (ซึ่งบางครั้งบางทีก็สุ่มเสี่ยง แต่ทุกคนล้วนเจตนาดีนะ ผมขอยืนยัน นอนยันเลย) ขนผลงาน และลงมือทำกันวันนั้นเลย นับว่าเป็นผลงานสตรีทอาทที่แสดงในแกเลอรี่ในเชียงใหม่เป็นครั้งแรกก็ว่้าได้

กระผมเองก็เอางานต้นฉบับสเก็ตสดไปแสดง ไม่ได้เอางานกราฟิกไปสักชิ้น งานนี้มีงานหุ่นของพี่โลเล มาร่วมแจมด้วย ซึ่งเป็นครั้งสองในเชียงใหม่ รองจาก twin mix (แต่เจ้าตัวไม่ได้มา) กระผมเองเป็นคนช่วยพี่เหิรเจ้าของร้านขนลงจากรถกับมือเลย (แต่ไม่ได้ติดตั้งเองนะ มีคนติดตั้งกันเยอะแล้ว) ทำให้งานโดยรวมดูดี มีชาติตระกูลขึ้นอีก 90 เปอร์เซ็นเลยทีเดียว

ในงานก็เป็นกันเองมาก ไม่รู้จักกันก็คุยกันได้ มีเด็กๆ มาปรึกษางานกับพี่กบด้วย พี่น้องชาวโฮะ ก็มากันมากมาย ที่เซอร์ไพร์มากๆ คือท่านท็อป ผู้นำโฮะก็มาร่วมงานด้วย (งานแรกเลยที่ได้เจอกันในงานรื่นเริง ปกติท่านเก็บตัว 555)

ส่วนใหญ่ก็ทักทายกันหมด หลายคนก็มาจากบล็อก exteen ด้วย ผมเดินถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ ทักคนโน้น คนนี้บ้าง งานก็สนุกสนานไร้แอลกอฮอลกันไป (เนื่องจากไม่มีคนไปซื้อ และเจ้าภาพงานไม่ดื่ม เฮ้อ...) งานยังแสดงถึงวันที่ 20 กค. นี้ ที่ Gallery See Scape ใครว่างก็เชิญไปชมได้ครับ ส่วนคนในบล็อค ก็สามารถชมภาพทั้งหมดของผม ได้ที่นี่

เว็บ papermag และบล็อก คุณเอ้อ

ขอให้สนุกครับ

วันหยุดยาวที่ผ่านมา ทีมงานนกฮูก พาญาติๆ ตามรอย paper mag ไปเดินเล่นแถวท่าแพมา สนุกสนานกันพอประมาณ 1 ในทีมงานที่ไปเป็นสถาปนิก ทัวร์ครั้งนี้จึงออกแนวสถาปัตยกรรมกันหน่อย ไปวัดเชียงมั่น ชมอาคารโบราณแถวท่าแพ แล้วก็ปิดท้ายด้วยโมโฮเทล หรือ mo rooms ซึ่งไม่คิดว่าจะได้เดินเข้าไป (จะเล่าภายหลัง)

morooms  เป็นโรงแรมบูทีค 12 ห้อง ที่ซ่อนตัวอยู่หลังแผงอาคารพาณิชย์ หน้าตาสุดแสนธรรมดา สีเขียวมะนาว บนถนนท่าแพ ห่างจากประตูท่าแพไม่ถึง 300 เมตร

แต่เชื่อไหมว่า แม้แต่คนท้องถิ่นบางคนยังไม่รู้ว่าโมรูมตั้งอยู่ส่วนใหนของท่าแพ 

แน่นอน แวบแรกที่ผมเห็น อาคารโมเดรินจ๋าขนาดนี้ หากโผล่หน้าตาประทะกับเมืองเก่า ก็คงเหมือนฝรั่งใส่สูทนั่งอยู่ในร้านส้มตำ (ไม่ขอเปรียบเทียบแล้วนะ น่าจะเห็นภาพ) เชียงใหม่ เป็นอย่างนี้ ทำให้โมรูม ต้องปรับตัวไปด้วย สงบเสงี่ยม แฝงกายอันแปลกแยก ซ่อนตัวอยู่ภายในแผงกั้นรูปร่างอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น

เราได้เข้่ามาภายใน ด้วยอาการเคอะเขิน เพราะไม่ใช่สื่อ ไม่ใช่เซเล็ป เป็นเพียงไอ่แก้วอี่คำที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ก็ได้เข้ามาถ่ายรูปเล่น ด้วยพีอาร์โรงแรม เชื้อเชิญว่า ถ่ายรูปได้ตามสบายค่ะ (คงไม่แปลกถ้าพวกเราจะถูกใล่จากโรงแรมบูทีคทั่วไป ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และมองการแต่งตัว เสื้อผ้า หน้าผม ภาษาที่พูด แปรเปลี่ยนเป็นจำนวนเงินในกระเป๋า)

พีอาร์สาวสวยของโรงแรมบอกว่า "เจ้าของอยากให้เป็นที่ศึกษาศิลปะ ของคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่เป็นโรงแรมอย่างเดียว" ที่แห่งนี้จึงเปิดกว้าง ต้อนรับทุกคน เน้นว่าไม่ต้องพักก็มาเที่ยวเล่นได้ ผิดกับรูปลักษณ์ของมันซึ่งน่ากลัวมาก (ในสายตาผม) เราจึงเดินเล่น ได้ทุกซอกมุม

อาคารไม่เป็นมิตร แต่คนเป็นมิตร อย่างนี้น่าจะช่วยเหลือกันได้

สิ่งของ โคมไฟ ล้วนแล้วแต่เป็นงานศิลปะ ที่ทำขึ้นจากศิลปินชื่อดังของไทย บางอย่างก็มีชิ้นเดียว ในโลก เป็นงานศิลปะที่มีฟังชั่นใช้งานได้จริืง หยิบจับได้ ไม่ห้าม

ห้องพักทั้ง 12 ห้อง ถูกออกแบบตาม ราศี 12 ราศี และศาสตร์ ฮวงจุ้ย (ที่ไม่ค่อยได้รับลมนัก) โดยศิลปิน 12 คน ที่แตกต่างกัน ทั้งแนวมินิมอล และแมกซิมั่ม อยู่ในกล่องคอนกรีต ที่วางซ้อน กอดก่ายกันแบบไร้เสา (ซึ่งนับอาคารไร้เสาในประเทศไทยได้เลยว่าน้อยกว่าน้อย) แต่ละกล่องก็มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกัน

พื้นที่เชื่อมต่อแต่ละชั้นแต่ละห้อง ทางเดิน ถูกออกแบบให้ต่างกันเช่นเดียวกัน แต่เชื่อมต่อกันอย่างกลมกลืน เหลือเชื่อ ด้วยวัสดุ ปูน หิน เหล็ก โชว์เนื้อแท้ของวัสดุ บางส่วนอาจมีสีสรรฉูดฉาด ผมเองเดินตามซอกหลืบ ถ่ายรูปตรงไหนก็สวย แต่คิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับอาคารที่โชว์วัสดุโต้งๆ แบบนี้ (เป็นความไม่ชอบส่วนตัว) ถ้าอยู่นานๆ ความแรงของเส้น สี หลืบเล็กๆ ของกล่องคอนกรีตที่ซ้อนกัน อาจบั่นทอนความปลอดภัยในตัวเรา ลองนึกดูว่า เล่นซ่อนหากันนี่ หากันไม่เจอเลยทีเดียว และคงทำความสะอาดไม่ไหว

ท้ายสุด เราถ่ายรูปเล่นกันจนอิ่ม แล้วก็สอบถามราคาห้องพัก และก็ต้องตกใจ เขาบอกเราว่าช่วงนี้หน้าโลว์ (กค.-กย. 52) อยู่ที่ราคา สองพันกว่าบาท หากหน้า ไฮ ก็ราคาปกติ ซึ่งถูกมากๆ ถ้าเทียบกับอาคารก่อสร้างที่มูลค่าสูงถึง 45 ล้าน หลังนี้ (ผมไปเสม็ด ห้องธรรมดา 24 ตารางเมตร ก็ปาไปสองพันกว่าเหมือนกัน) 

morooms ในสายตาผม ซึ่งเป็นคนท้องถิ่น เหมือนกับสิ่งมีชีวิตที่ต่อลมหายใจของคนทำงานศิลปะ ที่ต้องอยู่บนเมืองที่วัฒนธรรมจ๋า ปิดกั้นตัวเองจากกรอบ มีทั้งกฏหมาย มีทั้งสายตาคนนอก คนใน ศิลปิน และคนอื่นๆ ซึ่งท้ายสุด ปัญหาเหล่านั้นก็เป็นเพียงปัญหาหยุมหยิมที่แก้ได้ เพราะกฎหมาย ความคิดของคน ก็มีช่องทางให้เราสามารถทำงานสร้างสรรค์ได้ เป็นหลังได้ 

mo rooms กล้าที่จะทำ กล้าที่จะคิด กล้าเปิดรับความคิดเห็นของทุกฝ่าย ทุกระดับชนชั้น (ผมเดาเอาจากการลบวิธีคิดทางการตลาดทุกอย่างของโรงแรมออกหมด และทำแบบเฉพาะตัวมากๆ) แหกขนบอันซ้ำซากน่าเบื่อของเมือง ที่อาคารโรงแรม ต้องมีแต่กาแล ปูนปั้น เจดีย์ ได้อย่างน่าเลื่อมใส อย่างน้อยก็เปิดรับคนรุ่นใหม่ให้ศึกษา ดูงาน และแจ้งบอกปัญหาของการก่อสร้าง งานระบบ และต้องเปิดห้องปรับปรุงไปเรื่อยๆ ไม่จบสิ้นของตัวเอง

แม้ว่ากล่องคอนกรีตเหล่านี้จะแปลกแยกจากชีวิตคนท้องถิ่นอย่างผม ด้วยการคิดที่ต้องการเอาชนะทางด้านโครงสร้างทางวิศวกรรม สถาปัตยกรรม การนำวัสดุอุตสาหกรรมบางอย่าง (ที่ไม่ใช่บ้านเราจะผลิตได้ในราคาถูก) มาใช้

โรงแรมแห่งนี้ก็มีข้อดีหลายๆ ข้อ ซึ่งผมเองจับต้องไม่ได้ เล่าสู่ไม่เป็น เป็นเรื่องของการผลักต่อแรงบันดาลใจล้วนๆ ซึ่งกลบข้อเสียเหล่านั้นจนมิด "ทำได้ไง สร้างได้ไง ในเมืองที่ใครก็รู้ว่าศิลปะที่ขายได้ หรือพอมีกำไร มีเพียงไม่กี่ประเภท"

(ผมมักชื่นชม เคารพต่อบุคคลที่สร้างสรรค์งาน ที่มิจิตใจเผื่อแผ่ ส่งต่อมันมายังผู้อื่น บ้านเมืองตัวเอง ซึ่งมันมากมายกว่ามรดกเงินทอง ที่ตกทอดหลายเท่า เพราะอย่างหลังถ้าไม่รู้ค่า มันก็มีวันหมด แต่ความดี มันไม่น่ามีวันหมด)

เพราะข้อดีที่ว่ามานี้แหละ มันได้จุดไฟบางอย่างของคนธรรมดา 3 คน (นกฮูกดีไซน์) ที่ต่างหน้าที่การงาน ให้ทิ้งกรอบเก่าๆ มองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เป็นกรณีตัวอย่าง ไม่ว่าจะด้านอาคาร การบริหารจัดการ วิธีคิด ปรัชญาการใช้ชีวิต อย่างน่าเลื่อมใสของเจ้าของโรงแรม ที่แทบไม่มีชื่อแซ่ลงสื่อ กลับเป็นชื่อของสถาปนิก และศิลปินนักออกแบบแทน 

ซึ่งอย่างหลังนี้ มันบ่งบอกความเป็นคนเมือง (ล้านนา) ได้โดยไม่ต้องกล่าวถาม
เฮ้ วัยรุ่น! ลืมเรื่องของตัวเองก่อนได้ไหม
เราน่าจะทำอะไรสักอย่างให้แก่เมืองของตัวเองกันได้แล้ว

ปล. ดูรูป วันเปิดโรงแรมได้จาก บก. เปเป้อ ที่นี่
www.morooms.com

ทั้งหมดคือ 12 ภาพ ใน 36 ภาพ ซึ่งเป็นภาพถ่าย (เล่น) ต่างสถานที่จากกล้อง Canon Ft Ql
เนื่องจากผมเป็นคนถ่ายภาพแบบไม่คิด (ดังที่หลายคนมักเห็น และทักท้วงเวลาผมลั่นชัตเตอร์ ว่าถ่ายแล้วเหรอ) องค์ประกอบจึงไม่แตกต่างกันนัก แต่ภาพที่ได้ออกมา ผมเองรู้สึกพอใจ (ซึ่งก็ไม่ได้แปลว่ามันจะสวยหรือดี มีความหมายทุกๆ รูป)

เนื่องจากมันนานมากแล้ว พอมาดูรูปก็จำไม่ค่อยได้ว่าตอนถ่ายคิดอะไร แต่จำสถานที่ได้ว่าไปที่ไหน ซึ่งก็ยังดี

ภาพชุดนี้ขอตั้งชื่อว่า "ฉันแค่เลือกระยะชัด"

เรารักทะเล

posted on 27 May 2009 01:38 by nokhook69  in LOMO-Photos, Nokhookdesign-Shop

 

 

 

ไปทะเลมา ไปเพื่อถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ สำหรับงานแต่งงานพี่ชาย (ของคุณนกฮูกสาว) ทีมงานนกฮูกทั้งเชียงใหม่และกทม.ยกกองถ่ายไปกันไม่มาก ไปกัน 7 คน รวมกับนายแบบนางแบบแล้ว แต่กล้องมี 10 ตัว (เปลี่ยนกล้องจนงง)
แต่ก็สนุกดี เป็นกองถ่ายที่อุปกรณ์เสริมน้อยมากๆ เน้นกล้อง เน้นไวเข้าว่า ขาตั้งเอาไป ยังไม่ใช้เลย

ผมชอบถ่ายหมา ถ่ายทุกอย่างแบบมั่วๆ สแนบ โลด (ไม่เว้นแม้แต่กล้องโปรตัวใหญ่) จนหลายคนในทีมงานถามว่าถ่ายให้หวานๆ บ้างได้ไหม คำตอบคือ ไม่ได้ ผมไม่ถนัด 555 (ที่ไหนเขาก็ถ่ายกันหวานๆ รอสตูดิโอใหญ่ละกันนะ)
ภาพเหล่านี้ขอตั้งชื่อว่า "เรารักทะเล"