บนดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง ดาวเคราะห์ที่คล้ายกับโลกของเรา
มีสิ่งมีชีวิตเพียงสองประเภท ธาตุร้อนและธาตุเย็น จะเรียกพวกเขาง่ายๆ ว่า มนุษย์ตัวร้อน และมนุษย์ตัวเย็นก็ได้ หรือจะเรียกว่ามนุษย์น้ำแข็ง และมนุษย์เปลวเพลิงก็ได้ ไม่มีใครผิดใครถูก (เพราะก็ไม่มีใครเห็น และฟันธงได้สักคนบนโลกของเรา)
ดาวเคราะห์ที่แตกต่างนี้ เป็นดาวที่เต็มไปด้วยขั้วโลกเหนือทุกๆ ทวีปไป ใช่-เป็นน้ำแข็งสีขาวโพลนตลอดทั้งดาว
นอกเหนือจากสิ่งมีชีวิตสองประเภทดัวกล่าวแล้ว ทุกๆ อย่างบนดาวนั้น ไม่มีข้อแตกต่างใด จากโลกของเราแม้แต่น้อยเลย
ถ้าโลกเรามีลมฝน มีพายุ มีทะเล ดาวดวงนั้นก็มีเช่นเดียวกัน
ถ้าโลกเรามีหญิงสาว มีชายแก่ มีสุนัขจรจัด ดาวดวงนั้นก็มีเช่นเดียวกัน
แตกต่างเพียงพื้นผิว วัสดุ อุณหภูมิ และทุกอย่างที่เราเห็นได้ก่อรูป พัฒนาเป็น สิ่งมีชีวิตน้ำแข็ง
ในดาว ที่มีลานน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่เราเรียกว่าทวีปแบ่งออกเป็นประเทศ มีบ้านเรือนที่ทำจากน้ำแข็ง มีรถที่ทำจากน้ำแข็ง และ สิ่งมีชีวิตน้ำแข็ง (ที่ดูจะเกินจริงไปหน่อย) นั่นแหละดาวที่เธออาศัยอยู่ เราเรียกง่ายๆ ว่า ดาวน้ำแข็ง
เธอเป็นน้ำแข็งก้อนใหญ่ ก้อนที่เดินได้ดังคนปกติ ประชากร บนโลกน้ำแข็งเดินได้ เธอตัวโตที่สุด แข็งแรงที่สุด
ในวันที่อากาศร้อนระอุ บรรดาเปลวแดดพากันลงมาเต้นระบำ เปลวแดดตัวเล็กมาก มากจนเรามองไม่เห็น แต่ก็นับเป็นสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกัน
ถ้าดาวน้ำแข็ง มีสิ่งมีชีวิตน้ำแข็ง ถ้าสิ่งมีชีวิตน้ำแข็งมีท้องใส้ ตับ ม้าม หัวใจ
เปลวแดด ก็คงมีเช่นเดียวกัน
เปลวแดดตัวเล็กมาก อวัยวะส่วนอื่นๆ ก็คงเล็กมากไม่ต่างกัน เปลวแดดกำลังอยู่บนหัวของเธอ และอยู่ในทุกๆที่
ที่ไม่มีร่มบังแดด
สบายดีรึเปล่า เธอถาม เปลวแดดหลายตัวเงียบไม่ตอบคำถาม หยุดเต้นระบำชั่วขณะ บางตัวยังไม่รู้ตัว ยังคงเต้นระบำไม่หยุดนิ่ง บางตัวเร่งจังหวะเท้าละลายน้ำแข็ง เธอจึงเปลี่ยนจากประโยคเดิมเป็นประโยคบอกเล่าว่า
อากาศร้อนจัง เปลวแดดที่หยุดเต้นเมื่อสักครู่ หัวเราะพากันลุกขึ้นมาเต้นรำกันอีกครั้ง
เธอจึงหยุดพูด ก้าวเดินต่อไป น้ำใสไหลจากตัวเป็นทางที่เธอเดินผ่าน
ระหว่างที่เธอเดินอยู่นั้น ก็มีเสียงตะโกนตามหลังเธอ
นี่เธอ
เธอหันกลับ เห็นก้อนน้ำแข็งก้อนเล็กๆ ก้อนหนึ่งวิ่งถือร่มอันใหญ่ตามมา
เอาร่มไปสิเดี๋ยวก็ละลายหมดตัวพอดีหรอก ก้อนน้ำแข็งเล็กบอก บรรดาเปลวแดดบางตัวทำหน้าตาหงุดหงิดฉุนเฉียวกระโดดจากหัวเธอ ไปเกาะ ตรงไหล่ ตรงท้อง แขนและขาเธออย่างไม่สนใจ
ไม่เป็นไร ฉันอยากตัวเล็กเท่าคนอื่นบ้าง ฉันตัวโตเกินไป ไร้เพื่อน อย่างน้อยก็อยากตัวเท่าคุณ เธอพูด
ไม่มีบทสนทนาใดต่ออีก ระหว่างเดินไปนั้น บางส่วนของร่างกายของเธอก็ละลายลง กลายเป็นน้ำไหลเป็นทาง
ก้อนน้ำแข็งเล็กยังคงเดินตามห่างๆ
แต่เธออาจตัวเล็กกว่าฉันนะ ถ้าเธอไม่มีฉันเดินไปด้วยเพื่อเปรียบเทียบขนาด
เธอเงียบไม่ตอบ มุ่งหน้าเดินต่อไป
ก้อนน้ำแข็งเล็กยังคงเดินตาม ถือร่มบังเปลวแดดไม่ให้เต้นระบำสะดวกขึ้นบนหัวเธอ
เธอหยุดยืน หันมาบอกก้อนน้ำแข็งก้อนเล็กอีกครั้งว่า
ไม่เป็นไรหรอก มีก้อนน้ำแข็งอีกมากมายที่ตัวพอๆ กับคุณ รอร่มบังแดดของคุณอยู่ จะเป็นการดี หากคุณให้โอกาสพวกเธอเหล่านั้น แทนที่จะมาเสียเวลากับก้อนน้ำแข็งผิดขนาดอย่างตัวฉัน เธอว่าและเร่งฝีเท้าเดินต่อไปข้างหน้า เปลวแดดเพิ่มจำนวนขึ้น เต้นระบำ หัวเราะร่า คงไม่เข้าใจภาษาในบทสนทนาของทั้งคู่
งั้นฉันเดินไปด้วยก็แล้วกันนะเธอ ก้อนน้ำแข็งเล็กบอก
ไม่เป็นไร ฉันอยากเดินไปกับเพื่อนใหม่มากกว่า เธอพูด หันมาทักทายบรรดาเปลวแดดตัวเล็กๆ นั้น ด้วยรอยยิ้มผ่องใส พูดจาภาษาของเปลวแดด พวกมันยังคงเต้นระบำไม่หยุดหย่อน หลอมละลายบางส่วนสำคัญของชีวิตเธอ ทีละเล็กทีละน้อย
ก้อนน้ำแข็งก้อนเล็กจนปัญา หยุดยืนนิ่ง วางร่มลงบนพื้น แล้วหันกลับ เดินจากไปตามทางเดิม เปลวแดดบางตัวกระโดดเกาะบ่าติดตามไปด้วย ก้อนน้ำแข็งเล็กปัดเปลวแดดกระเด็น ตกบนลานน้ำแข็ง ไม่สนใจต่อการมีชีวิตอยู่ของพวกมันขอให้โชคดีแล้วกันนะเธอ ก้อนน้ำแข็งเล็กพูด
ก้อนน้ำแข็งสองก้อน เป็นแค่สองก้อนในล้านๆ ก้อนที่อาศัยอยู่บนผืนดาวดวงนี้
ระยะห่างของทั้งคู่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น บรรดาเปลวแดดร่าเริงสนุกสนาน บางตัวอาศัยอยู่กับเธอตลอดเวลา บางตัวหยุดพักระหว่างทาง เต้นระบำบนพื้นที่กว้างกว่า ตรงลานน้ำแข็ง
เมื่อเวลาวิ่งผ่านไป ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม เปลี่ยนความสว่างเป็นสีดำมืดสนิท ลมพายุก้อนหนึ่งพัดมาจากไหนไม่ทราบได้ พัดบรรดาเปลวแดดทั้งหลาย หายไปหมดสิ้น เปลวแดดอายุแสนสั้น มีชีวิตแค่วันต่อวัน เมื่อพลบค่ำ หรือมีลมพายุ พวกมันจะสูญสลายไร้ความจำใดๆ อีก เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นหรือท้องฟ้าโปร่งสดใสอีกครั้ง พวกมันจะกลับมาใหม่พร้อมใบหน้าร่าเริง เต้นระบำได้ทุกๆ ที่
เหมือนไม่รู้จักกลางคืน และสีดำสนิทของดาวน้ำแข็ง ที่อาศัยร่วมอยู่
เธอตัวเล็กลงแล้ว อาจตัวเท่าน้ำแข็งปกติแล้วก็ได้ ไม่มีใครยืนยัน เพราะไม่มีก้อนน้ำแข็งอื่นให้เปรียบเทียบขนาดได้ในตอนนี้ เธอหยุดเดิน หันหลังกลับไปทางเดิมที่เดินมา เธอบอกกับตัวเองอีกครั้งว่า "คงไม่มีทางตัวเท่าคนอื่นได้ หากไม่สามารถบังคับท้องฟ้าให้หยุดมืด หรือส่องสว่างได้ดังใจ เพื่อนเปลวแดดตัวน้อยเหล่านั้นก็คงคิดเช่นเดียวกัน"
เธอหยุดยืน ก้มหน้ามองตัวเอง ฉันก็แค่น้ำแข็งก้อนธรรมดาๆ ที่ขนาดไม่เหมือนคนอื่นเท่านั้นเอง อย่างน้อยที่สุดแล้ว การละลายตัวเองในวันนี้ ก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตของฉันอับจน ถ้าหากคิดเปลี่ยนใจกลับหลังหัน เดินทางย้อนกลับไปยังสถานที่เดิม เพื่อพูดคุยกับเพื่อนเก่า ก้อนน้ำแข็งก้อนเล็ก
บนดาวน้ำแข็งกว้างใหญ่เวิ้งว้าง สุดลูกหูลูกตา ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลานั้น
ยังคงมีร่มน้ำแข็ง (ไร้ชีวิต) รอคอยน้ำแข็งหลงทาง วางอยู่ที่เดิม
นกฮูก
23มิถุนายน 2549