คำตอบของอาจารย์

posted on 18 Nov 2009 00:46 by nokhook69  in News-Story
 ตอนที่แล้ว
FROM "Diy25 Do It Yourself" diy25@hotmail.com
ขอโทษนะครับที่ให้รอ พอดีผมติดประชุมเลยตอบช้าไปหน่อย                  
ตกลงว่าสิ่งที่ผมแสดงความรับผิดชอบว่าการแย้งและตั้งประเด็นมานั้นยังไม่ได้คำตอบ
เหตุเพราะทุกคนที่ทราบก็จะเริ่มใช้อารมณ์มากขึ้น
ผมก็คิดว่าผมจะใช้เวลากับมันมากไปแล้ว
คุณต้องการคำตอบ ผมก็ต้องการคำตอบ คุณบอกว่าคุณได้รับอิทธิพล
ส่วนผมบอกว่าคุณลอกมันก็ไม่จบ ผมอยากให้คุณเข้าใจว่า "เดินกลางฝน
ย่อมเปียกฝน"แน่นอน

คุณและผู้เขียนบทความข้างล่างต้องศึกษาศิลปะมากๆและเข้าใจด้วยว่า
เส้นแบ่งที่คุณทั้งสองพยายามแบ่งคืออะไร
คนเขียนภาพสร้างงานศิลปะที่ได้รับการยอมรับนาย ก
เขียนรูปขึ้นมาหนึ่งรูปเขียนจนเป็นที่ยอมรับจากสังคมวงกว้าง(ทั้งประเทศหรือรวมถึงต่างประเทศ)
นาย ข นำเอารูปแบบแนวทางไปพัฒนา เติมสีโน้น นี่ นั้น ต่อยอด (55555555555)
คุณทั้งสองช่วยตอบผมทีว่านาย ข ทำอะไรครับ ได้รับอิทธิพล
หรือลอกมาปรับเป็นของตัวเอง งั้นนักสะสมงานศิลปะต้องการงานนาย ก
ก็ไปซื้องานนาย ข ก็ได้ซิครับเพราะมันเหมือนกัน
งั้นงานศิลปะระดับโลกหรือในประเทศก็คงเหมือนๆกันหมด อืมมม น่าคิด
ผมอาจจะบอกว่า ผู้ที่นำเอาผลงานของคุณไปออกแบบเป็นโปสการ์ด อะไรนั้น
ไม่น่าจะอยู่ใน("มาถึงเคสแก๊ง เรื่องแรกคืองานกราฟิตี้
การที่มีคนเอาไปทำโปสการ์ดขาย> อันนั้นคือหมวดแรก
ผมเห็นว่าเป็นเรื่องน่าประนามคนก็อปครับ)ทำไมคุณไม่คิดว่าเค้าต่อยอดงานของคุณล่ะครับ
ผมว่าในมุมมองของผม เค้ากำลังต่อยอดงานคุณอยู่(มันก็คือเคสที่สาม การต่อยอด
การได้รับแรงบันดาลใจ มาจากงานของศิลปินอีกคน )ในรูปแบบโปสการ์ด
(ที่เหมือนกับแอนดี้ วอลฮอล์ เอาภาพกระป๋องซุปมะเขือเทศ
มาสร้างเป็นงานศิลปะ คุณว่าศิลปินระดับโลกผู้นั้นทำอะไรครับ ลอก
หรือต่อยอดกลายป็นผลงานชิ้นแพงมากชิ้นนึง เอ.
.....หรือว่าคนทั้งโลกโง่ที่ไปให้ราคากับไอ้งานที่ลอกมาชิ้นนั้น)
แต่คุณกลับไปมองว่าเค้าลอกเพียงเพราะเค้ารู้จักการต่อยอดเอาผลงานของคุณไปออกแบบ
 
เป็นโปสการ์ดก่อนคุณซึ่งคุณคิดได้ช้ากว่าคนอื่นเสมอ
เหมือนงานออกแบบของคุณคิดว่ามันอยู่กับคุณมาตั้งนานแล้วบังเอิญคุณนำมันมาแสดงออกช้ากว่า
jeremy นั้นเอง(ผมพยายามช่วยคุณนะครับ) 
คุณควรเปิดใจกว้างนะครับ เพราะสังคม(ตัวผม)ที่ไม่ได้มีส่วนได้
หรือส่วนเสียอะไร
ที่บังเอิญหลุดเข้ามาในสังคมเล็กนี้เข้าจนเป็นประเด็นขึ้นมา
ผมเพียงแต่จะบอกคุณว่าคุณดีแค่ไหนถึงไปประจานคนอื่น
สังคมจะจัดการคนโกงเองครับ 
ผมว่าคุณออกมาสักนิดนึงดีกว่าครับ
โลกภายนอกมันกว้างกว่าที่คุณเห็นอยู่ทุกวันมากนะครับ ออกมาเถอะครับ
ทำผลงานให้สังคมกว้างยอมรับคุณดีกว่า
มองแค่ตัวเองและให้เพื่อนในชุมชนของคุณเฝ้าชื่นชมคุณ

AWAY FAR SO 
 
ขอบคุณที่ตอบครับ
แม้ว่าจะไม่ได้เแก้ประเด็นผมลอกฝรั่งเลยก็ตาม
ผมคงไม่เรียกร้องอะไรแล้ว เพราะดูจะเข้าใจไม่ตรงกัน
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามผมก็ขอทำงานของผมต่อไป ในที่เล็กๆ ในโลกแคบ นี้ให้ดี 
ผมขอขอบคุณ ที่ท่านได้เสียสละเวลายกตัวอย่างอันมีค่ายิ่งนี้
ผมจะตั้งใจทำงานครับ สำหรับโปรเจคใหม่ งานศิลปะชิ้นต่อไป
ผมจะเชิญศิลปินทั้งไทยและเทศส่งงานมาให้ผม รวมเป็นงานของตัวเอง
แล้วแสดงงานโดยมีชื่อสตูดิโอของผมอยู่ในนั้นครับ
ขอบคุณครับ
นกฮูกดีไซน์ เชียงใหม่

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

confused smile sad smile เดี๋ยวเรื่องร้ายก็จะกลายเป็นดีเองค่ะ

#1 By yukiy0♡ on 2009-11-18 07:18

ต่อยอด... sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile

เข้าใจไม่ตรงกันจริงๆด้วย

ขออยู่ในโลกแคบ ๆ ต่อไป ไม่อยากออกไปอยู่ร่วมในโลกกว้าง ๆ ของนักลอก

#2 By เสี่ยแนน on 2009-11-18 07:35

ผมดีใจนะที่เข้ามาตอบ
เพราะผมเชื่อว่าบรรดาน้องๆในออฟฟิศ และลูกศิษย์ลูกหาเค้า ก็ได้เข้ามาอ่านเหมือนกัน
big smile

#3 By TDz (124.157.188.161) on 2009-11-18 08:06

เท่าที่ผมเข้าใจ Andy Warhol เค้าออกแบบฉลากกระป๋องซุป Campbell เองนะครับ ไม่ได้หยิบฉลากเดิมที่มีอยู่แล้วมาทำเป็นงานศิลปะsad smile

คนวิจารณ์คงมีพื้นฐานมาไม่แน่นจริงๆ

#4 By sengkaraoke on 2009-11-18 09:18

แต่ดูจากงานของ jeremy

ผมค่อยข้างตกใจนะ ไม่ว่าจะเป็น เพนต์หุ่น เพนต์รองเท้า หรืออารมณ์ในงานอื่นๆ

ผมไม่ค่อยมีพื้นฐานด้านงานการฟฟิตมากนะ ผมแค่แอบอ่านบล็อคและติดตามผลงานคุณ

#5 By kpjcoffey@gmail.com (124.157.191.12) on 2009-11-18 10:18

อ้าว ยังไม่จบเหรอคะเนี่ย

ข้อ 1.
"แต่คุณกลับไปมองว่าเค้าลอกเพียงเพราะเค้ารู้จักการต่อยอดเอาผลงานของคุณไปออกแบบ เป็นโปสการ์ดก่อนคุณซึ่งคุณคิดได้ช้ากว่าคนอื่นเสมอ" -- ฉันพูดและทำตัวหนาแล้วนะคะว่าเราไม่ได้โกรธที่เค้าเอาไปทำมาหากิน ไม่ใช่ว่าก่อนหรือหลัง เพราะเราไม่ได้คิดจะเอาไปทำขายนี่นะ คุณไม่ได้อ่านตรงนี้เหรอคะ

ข้อ 2. คุณพูดเรื่องการต่อยอด ใช่ค่ะ ถ้าต่อยอด คุณยกตัวอย่างว่ามีการ "นาย ข นำเอารูปแบบแนวทางไปพัฒนา เติมสีโน้น นี่ นั้น ต่อยอด" แต่กรณีที่เรายกมา มันไม่ได้ทำอะไรเลยนี่คะ และกรณีของเรื่องถ่ายภาพทำโปสการ์ดนั้น ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็น ลอก หรือไม่ลอก ด้วย เราตำหนิว่าเขามักง่ายเกินไป ไม่เอาไปทำอะไรเพิ่มเลย นั่นต่างหาก ประเด็น

และสำคัญมากคือ เรื่องที่คุณมีปัญหากับเรานั้น ไม่เกี่ยวกับประเด็นการเอารูปไปทำโปสการ์ด ซึ่งฉันแยกเป็นประเด็นแรก ต่างหาก แบ่งชัดเจนมาก อันนั้นเป็นเรื่องของฉันกับศิลปินอีกท่านที่แค่ไม่เข้าใจในบางคำพูดระหว่างกัน ซึ่งเราพูดคุยตกลงทำความเข้าใจกันเองนี่คะ

มันไม่มีอะไรเกี่ยวกับคุณเลย เท่าที่ฉันจำได้

การที่คุณอีเมลมาขอโทษแล้วนั้น ก็น่าจะจบได้แล้วนะคะ ถ้าคุณมีมุมมองเรื่องศิลปะเป็นอย่างนั้น มันก็เป็นสิทธิ์ของคุณ

เราไม่ใช่คนดี คนเก่ง จากไหน หรอกค่ะ เหมือนที่คุณย้ำเสมอว่า "เป็นใครมาจากไหน มีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์คนอื่น" ทีคุณ เก่งกว่า ดีกว่า ยังไม่ทำ ใช่ไหมคะ

เหตุผลของเราก็มีแค่ ที่เราด่า มันสมควรจะด่า และมันเกิดใกล้ตัวเรา เท่านี้แหละค่ะ เหตุผล เหมือนที่ได้บอกไปแล้วค่ะ

ถ้าคุณจะอ้างว่า "คนที่ได้รับอิทธิพลมาจากคนอื่นไม่มีสิทธิ์ไปด่าคนที่ลอกโต้งๆ" ฉันก็คงต้องปล่อยคุณคิดแบบนั้นต่อไปค่ะ

เราไม่ได้เก็บตัวเองในโลกเล็กๆหรอกค่ะ เพียงแต่โลกที่เราอยู่คงเป็นโลกคนละใบ อันที่จริง ถ้าคุณไม่ก้าวเข้ามา มันก็คงจะดีไม่ใช่น้อย และเราก็ขอให้คุณก้าวออกไปโดยเร็ว ไปอยู่ในที่ที่คุณจะอยู่อย่างเป็นสุขเถอะค่ะ

เราไม่สนหรอกค่ะว่าใครจะชื่นชมหรือชิงชัง เราอยู่ของเราแบบนี้ ไม่ต้องทำตัวเป็นคนดีตลอดเวลา และไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนสนใจด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องด้วย

บางอย่าง ไม่ได้มีค่าพอจะให้ต้องเสียเวลาทำมาหากินมากขนาดนั้นหรอกค่ะ

#6 By nyanta on 2009-11-18 10:39

ต่างคน ต่างมุมsad smile

#7 By thinkd on 2009-11-18 10:59

ขอโทษค่ะ ลืมไปอีกอัน

การที่เราเข้าไปด่า หรือที่คุณเรียกว่าประจานนั้น เราทำเพราะเรื่องมันเกิดกับคนใกล้ตัวเรา เราเดือดร้อน เราจึงทำ

แต่การที่คุณมาขอคำตอบไม่จบไม่สิ้น (แถมไม่ให้คำตอบกับบางคำถามที่มีคนถามคุณไป)

รวมถึงการมาแสดงความเห็นเรื่องโปสการ์ดอย่างรุนแรงมโหฬาร ทั้งที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณเลยนั้น (เหมือนที่คุณว่าคุณไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย)

มันมีคำคำนึงอธิบายกริยานี้ได้สั้นๆ นะคะ
"...." พยางค์เดียว

เราคิดว่าคุณคงเข้าใจ และลึกๆ คงไม่อยากทำ เหมือนที่คุณว่าคนใกล้ตัวคุณบอกแหละค่ะ จะไปยุ่งกับเด็กๆ ทำไม

ใช่แล้วค่ะ ขออัญเชิญคนรุ่นใหญ่กลับไปนั่งบนแท่นเหมือนเดิมนะคะ คุณจะเป็นสุข เราก็จะเป็นสุข
อย่ามา....เรื่องของกันเลยค่ะ big smile

#8 By nyanta on 2009-11-18 11:03

แหม อยากเห็นหน้า diy25 จริงๆค่ะ เหลี้ยมมากๆ อี่แก้วรอบโลก

#9 By อุษามณี (124.157.187.147) on 2009-11-18 11:28

ความรู้ที่สะสมมากับตำแหน่งหน้าที่การงานสูงส่ง มันเป็นกำแพงขังตัวเองที่น่ากลัวอย่างงี้นี่เอง

#10 By GuGGGar on 2009-11-18 11:43

อีกอย่างค่ะ คุณอาจารย์

คุณอาจารย์น่าจะเอาเคสนี้ไปสอนนักเรียนนะคะ ว่าการลอกงานที่ดีเป็นยังไง และคนที่ทำงานเก่งกาจโดยไม่ลอกนั้นมีไหมบนโลกนี้

และอย่าลืมสอนด้วยว่า ถ้านักเรียนลอกงานไปไม่ดี จะโดนพวกกลุ่มกราฟิกปากหมานิสัยไม่ดีบางจำพวกเอาไปด่าและประจานเสียๆ หายๆ อย่าลืมนะคะ

#11 By nyanta on 2009-11-18 11:57

ผู้ใหญ่ อาจารย์ชื่อดัง บก หนังสือ ออกมาแสดงความคิดเห็น ในลักษณะเป็นการกดหัวกันแบบนี้

โลกแคบ โลกภายนอก อะไรนี่เหมือนคำถ้าทายมากกว่าคำอธิบายนะครับ ทำให้ผลงานเป็นที่ยอมรับ คำนี้น่าสนใจมาก อาจจะเป้นแรงผลักดัน ถ้าวันนึงทำได้ขึ้นมากแล้วบอกว่านี่คือแรงบันดาลใจ (แล้วพี่จะทำหน้ายังไงครับ) ประมาณว่า ถ้ามี คอมเม้นจาก jeremy ออกมาให้ความคิดเห็น พี่ก็คงบอกว่าไม่เป็นไร ก็ยินดีด้วย จริงอะพี่คิดแบบนั้นจริงๆเหรอครับ (55555555555)

ผมไม่ได้บอกว่าใครถูก แต่อยากให้มองถึงเจตนาที่แท้จริง มากกว่านะครับพี่

#12 By knotsix on 2009-11-18 12:13

เดี๋ยวจะไปถ่ายรูปงานของ แอนดี้ วอลฮอล์ มาขายเป็นโปสการ์ด ดีกว่า งานพี่ฉึ่งระวังให้ดีๆ เห็นวางอยู่ร้านแก้งหลายชิ้น เดี๋ยวจะแอบไปถ่าย มาต่อยอดขายเป็นโปสการ์ดที่ถนน คนเดินดีกว่า ไม่ต้องวาดใหม่ด้วย แจ่มๆ อาจารย์เขาบอกมา น่ะ

#13 By Creative Buffalo Studio on 2009-11-18 13:03

ท่านอาจารย์ครับ...

งานที่ไม่มีคนก๊อปปี้ ไม่มีคนลอก ไม่มีคนก๊อปปปี้ ไม่มีแรงบันดาลใจให้ใคร ไม่มีสิ่งอันใดให้คิดต่อ... ที่บ้านผมเรียกว่า งานห่วยเหี้ยะๆ!!!


.... เมื่อไหร่จะแสดงตัวซะทีหนอ? อาจารย์รุ่นใหญ่ ศิลปินกำมะลอ! ....



ปล. ถ่มน้ำลายขึ้นฟ้า แล้วก็ขุดหลุมฝังตัวเอง นำ้ลายก็ตกใส่หน้าซ้ำอีกที เฮ้อ!... มาห้ามคนอื่นด่าใคร วิจารณ์ใคร แล้วตัวเองว่าเค้าเอาๆ ดีแค่ไหน สูงส่งแค่ไหน สุดท้ายก็แค่ "..." ไม่ต่างกันล่ะว้า!

#14 By kobby1 on 2009-11-18 13:07

เค้าหมายถึง jeremy ไหน..

jeremy scott หรือเปล่า...

ถ้าใช่ ผมว่างานค่อนข้างต่างกันมาก...

ไปดูดีๆว่าเค้าชื่อ jeremy scott หรือ

keith haring กันแน่...

เดี๋ยวจะหาว่าเด็กมาถอนหงอก..

sad smile sad smile sad smile

#15 By digipoyd1 on 2009-11-18 13:31

อ่านไม่รู้เรื่อง มีแต่น้ำ ยกตนข่มท่านสุดฤทธิ์ คงคิดว่าตัวเองฉลาดนัก อีพวกทฤษฏีมาก อีโก้จัด ให้ปฏิบัติคงเหงื่อแตกซกๆ สงสารนักเรียนจริงๆคะ

#16 By อุษามณี (124.157.187.147) on 2009-11-18 13:44

ชักเบื่อๆแฮะ มีใครเห็นด้วยบ้าง??? sad smile sad smile sad smile
ไม่จบ ไม่จบ...sad smile...พูดไปก็เท่านั้นครับ สำหรับคนที่มีความคิดแบบนี้...เค้าไม่ยอมรับในความคิดของคนอื่นหรอก

#18 By NAL'S KAMU on 2009-11-18 14:38

อ่านแล้ว ได้คำถามขึ้นมาว่า
การพัฒนางาน หรือการรับอิทธิพล หรือการต่อยอดงานคนอื่น
มันมี level กี่ขั้น...แล้วขั้นใหนถึงจะเรียกได้ว่าเลยจากขีด
คำว่า ลอก ไปแล้วน่ะ
......................................................................
หรือในยุค post modern ขณะนี้ ไม่มีอะไรใหม่แล้ว
..มีแต่ลอกมากลอกน้อย หรือเปล่า?
...........................................................................
ลองหาหนังสือ anatomy of design ปกแดงๆสดๆ มาดูประกอบ
แล้วจะรู้ว่า...งานดีไซน์ต่างๆหลังปี90เป็นต้นไป ไม่มีอะไรที่เรียกได้ว่าใหม่สุดๆแล้วอะ.....มีแต่การต่อยอด พลิกแพลง ดัดแปลง
จากสิ่งเก่าๆที่มีคนเคยทำมาแล้วทั้งนั้น
...............................................................................
สุดท้าย เราก็แค่มองกันต่างมุม .... เข้าใจไม่ตรงกัน
เชื่ออะไรที่ผิดๆอยู่ก็ปรับปรุงให้มันถูกต้อง
เชื่ออะไรที่ถูกแล้ว ก็ re check ว่ามันยังถูกอยู่รึป่าว
...............................................................................
ว่างๆจะถ่าย anatomy of design มาให้ดูครับ

#19 By yodd love you!!! on 2009-11-18 15:00

อ่านแล้วเหนื่อยแฮะ...sad smile

อย่างว่าครับ ต่างคน ต่างมุม...
พูดไปก็น่าเบื่อครับ...



ว่าแต่...
"...สังคมจะจัดการคนโกงเองครับ"
อืมม....ชอบประโยคนี้จัง... ฟังดูเป็นสังคมในฝันดี เหอๆๆๆ
sad smile อ่ะนะ....

#20 By MONKIJI321 on 2009-11-18 15:33

นั่นสิคะ สังคมจะจัดการเอง ฟังดูโลกสีชมพู้ชมพูนะคะ

#21 By อุษามณี (124.157.187.147) on 2009-11-18 15:46

ไม่สร้างสรรค์เลยเนอะ





#22 By yukiboyz on 2009-11-18 16:22

สู้ต่อไปค่ะ big smile

#23 By พริม on 2009-11-18 17:44

เออเจริญเลยละ ไปต่อยอดให้หมดอ่ะ
ไม่คิดงานแล้วแบบนี้ รอต่อยอดอย่างเดียวดีกว่า sad smile sad smile question

#24 By FABIORA : WEAPON DESIGN on 2009-11-18 18:10

อะไรกันปานนี้

อาจารย์ยังไม่เ็ก็ดอีกเหรอค่ะ

งั้นคนบนโลก ก็ "ต่อยอด" กันหมดทุกคนโดยเฉพาะจารย์
เข้าใจหรือยังว่าต่อยอดคืออะไร

พูดมาได้ ไม่อาย........................ยquestion

#25 By minijokerdoll on 2009-11-18 18:49

แล้วแต่คนจะมองจริงๆbig smile

#26 By dp on 2009-11-18 18:55

ทุกครั้งที่คุยกัน มันไม่จำเป็นจะต้องเติมน้ำลงในชามเพิ่มเพื่อให้เส้นบวมน้ำก็ได้นี่ครับ กินไปก็ไม่ได้อร่อย แถมรสมันยังแย่กว่าเก่าด้วยซ้ำไป

การยกเครดิตว่าตัวเคยทำอะไรมา ไม่ว่าจะทำหนังสือ เป็นอาจารย์ ผู้บริหาร มันไม่เกี่ยวกันเลยกับเรื่องบางเรื่องจะพูดคุยหรือถกเถียง เนื่องด้วยคุณต้องการให้คนทั่วไปเห็นว่าความคิดของคุณนั้นถูกกว่า ดีกว่า จึงต้องหาอย่างอื่นโน้มน้าวน้ำหนักว่าคุณน่าเชื่อถือแค่ไหน คุณพยายามเล่าเรื่องที่แสดงให้ผู้อื่นนั้นรู้ว่าคุณมีความรู้มาก มีคนนับหน้าถือตา เพื่อที่จะนำมาหักล้างและสร้างน้ำหนักให้ตัวเองในการพูดคุย

เหตุผลและมุมมองที่คุณมองผลงานของ Nokhookdesign มันอาจจะเป็นละทฤษฎีกับที่พวกผมมอง คุณมองว่าไอ้นี่ลอก แต่ผมมองว่าไม่ใช่หรอก การมอง ลายเส้น สีสัน โครงสร้าง โดยภาพรวมเป็นเรื่องที่สำคัญและจะเป็นปัญหาถ้ามองแบบผิดๆถูกๆ ซึ่งถ้าคุณทำงานเป็นอาจารย์สอนเด็กด้วยอย่างที่เล่ามา การนำวิธีคิดลักษณะนี้ไปสอนเด็กให้มันจบมาเป็นแบบคุณเต็มบ้านเมือง มันจะเป็นเรื่องน่ากลัวไม่น้อยเลย

ว่ากันด้วยรูปแบบงานของ Jeremyville ถ้าเป็นมุมมองของคนไทยที่อยู่ในวงการบ้านเราสัก 6-7 ปีก่อน คงจะมองแบบตีบตันว่า "ก็แค่งานภาพประกอบที่เอาแต่ใจตัวเอง ไม่ตอบโจทย์ ไม่มีคอนเซฟ" แต่ปัจจุบันพึ่งจะเริ่มมาพยายามเข้าใจกันหลังจากที่วงการกราฟิกบ้านเรามันบูมเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากงานของคนไทยบางส่วนเริ่มออกไปสร้างกระแสในระดับนานาชาติ มันเลยจุดประกายอะไรบางอย่างได้ จนพอมันบูมมากเข้ามหาวิทยาลัยที่สอนในสาขาออกแบบนิเทศศิลป์มีเด็กสนใจมาเรียนมากจนน่าตกใจ หลักสูตรก็ต้องปรับเปลี่ยนจากที่เมื่อก่อนสอนงานโฆษณาเป็นหลัก ก็ต้องมาวิชาด้านกราฟิกเพิ่มมากขึ้นจนแทบเป็นกระแสหลักแล้ว
ในสภาวะเช่นนี้ก็มีพวกโหนกระแสออกมาทำโน่นทำนี่เกี่ยวกับกราฟิกมากขึ้น เช่น จัดอีแว๊น จัดกิจกรรมทางวิชาการมากขึ้น ซึ่งโดยมากจัดกันก็เพื่อหาเงินจากสปอนเซอร์ หรืออาจะจัดเพื่อพีอาร์ Bold ตัวเองหรือพวกพ้องเข้าว่า เพื่อจะได้เป็นเทพ เป็นผู้รู้ในสายตาเด็กที่มาฟังๆ ไอ้ที่จัดเพราะหวังดีจริงๆ เปิดโอกาสให้คนในวงกว้างมีพื้นที่ ก็มีบ้าง แต่ค่อนข้างจะน้อยเอามากๆ

เมื่อสักช่วงปี 2003-2004 มีเพื่อนชาวมาเลเซียของผมคนนึงกำลังทำหนังสือกราฟิกรวมงานเองแบบบ้านๆ เน้นงานเอเซีย ส่วนอีกคนก็อยากจะจัดงานประกวด+งานแสดงกราฟิกเล็กๆในเมืองไทยบ้าง เลยอยากหาพาร์ทเนอร์จัดงานเป็นเรื่องเป็นราว ก็เลยถามผมมาทาง MSN กับ Email ว่าพอจะช่วยได้มั๊ย ...ผมเองก็แต่คนทำงานตัวเล็กๆไม่มีพาวเวอร์อะไร เลยลองโทรติดต่อนิตยสาร 2-3 เล่ม เพื่อจะเข้าไปคุยกับเขา

พอเพื่อนเดินทางมาถึงประเทศไทย ก็พาพวกเขาเข้าไปคุยกับนิตยสารเล่มนึงที่ติดต่อไว้ ผมและเพื่อนเข้าไปคุยกันแบบบ้านๆนี่แหล่ะ ไม่มีพิธีรีตอง ไม่มีฟอร์ม แบกหนังสือต้นฉบับเล่มที่เพื่อนรวมๆผลงานเอาไปให้ทีมงานเขาดูด้วย หลังจากที่คุยกันและทีมงานดูงานในหนังสือเล่มนั้นจบ ด้วยท่าทางงงๆไม่แน่ใจ+เฉยเมยต่องานในเล่มเอามากๆ (ทั้งๆที่ผมดูแล้วชอบและตื้นเต้นสุดๆ) จากนั้นก็พูดตัดบทและเกทับประมาณว่านิตยสารที่เขาทำมีทีมงานอยู่ทั่วโลกอยู่แล้ว เดินทางไปดูงานออกแบบ นิทรรศการเกี่ยวกับงานกราฟิกบ่อยครั้ง และก็ลูบหลังด้วยคำพูดดีๆนิดหน่อยตามมารยาทที่ควรจะเป็น

หนังสือต้นฉบับที่เพื่อนผมแบกมาเล่มนั้นต่อมาคือ Territory และผลงานที่เอามาให้นิตยสารเล่มนั้นดูก็มีทั้งของ Devil Robots, FuriFuri, Phunk, Momorobo, Khan123 ตอนนั้นแต่ละคนก็พึ่งเริ่มมีชื่อเสียง บางคนก็ยังโนเนม ซึ่งตอนนี้แต่ละคนที่ว่ามาเป็นยังไงคงไม่ต้องสาธยายอะไรกันมาก

คนบ้านเรา ณ.ขณะนั้นยังไม่ค่อยรู้จักงานแนวนี้กันเท่าไหร่ เลยไม่น่าแปลกสำหรับคำปฏิเสธชนิดเย็นชาที่เล่ามา
อีกเรื่องคือช่วงที่ว่าบ้านเรายังมองงานกราฟิกเป็นงานในรูปแบบ Type, Symbol, Grid, Layout อย่างเดียว ซึ่งสิ่งพวกนี้เป็นเพียงพื้นฐานที่คนทำงานทุกคนควรจะรู้อยู่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่อัศจรรย์พันลึกแต่อย่างใด ขณะเดียวกันคนทำงานบ้านเรามักจะหลีกหนีหรือปฎิเสธกับการพัฒนาผลงานจนมีรูปแบบและกลิ่นเฉพาะของตนเอง จนกระทั่งทุกวันนี้ถ้าเอาผลงานของกราฟิกดีไซน์เนอร์บ้านเรามาตั้งวางไว้รวมๆกัน จะมีสักที่ชิ้นที่เรารู้ว่าทำโดยใครหรือที่ไหน เช่นเดียวกับเรื่องการตั้งกลุ่มหรือ Studio ขึ้นมา ในกลุ่มเดียวกันก็ทำงานกันโดยไร้จุดศูนย์รวมและทิศทางแบบเดียวกัน มารวมกันเพื่อสร้างเปอร์เซนต์การต่อรองในทางการตลาด-หาลูกค้า หรือรวมกันเพื่อให้กลุ่มอื่นๆรู้ว่ากลุ่มเราเจ๋งสุด แต่กลับลืมการสร้าง Unity เฉพาะของกลุ่มขึ้นมา กลุ่มเหล่านี้เกิดและดับไปตามกาลเวลามากมาย

สิ่งนึงที่ทำให้ผมไม่แน่ใจเลยกับสื่อ-นิตยสารบ้านเรา จวบจนผู้ใหญ่-นักวิชาการด้านออกแบบบางท่าน ก็คือเรื่องของมุมมอง .... การตัดสินใจว่างานนั้นๆจะมีอนาคตหรือไม่ จะต้องมองในหลายมิติและมองอย่างรู้เท่าทันพอสมควร บ้านเรามักจะมีปัญหากับการส่งเสริมบุคลากร โดยมากเรามักจะละเลยหรือมองข้ามบุคคลที่เขาอาจจะมีอนาคต แต่เขาสร้างลุคสร้างภาพส่วนตัวไม่เก่ง และไม่ได้รู้จักมีคอนเนคชั่นกับคนวงใน

ในทางเดียวกันบ้านเรายังเต็มไปด้วยการส่งเสริมพวกพ้องของตนเอง โดยยึดติดภาพลักษณ์ ลุค บุคลิก มากกว่าตัวผลงาน ท้ายสุดสิ่งที่เขาพยายามดัน พยายามส่งเสริมไปก็อาจจะไร้ค่า เพราะมีแค่เปลือกอันน่าเชื่อถือแค่นั้น

....เล่ามา 4-5 วรรคนี้ มันไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลยว่ามั๊ยครับ

ทีนี้มาเข้าเรื่องนะครับเกี่ยวกับงานของ Jeremyville ..ผมขอเติมน้ำให้กับเหตุผลของผมบ้างนะ ผมเคยแสดงงานร่วมกับ Jeremyville ที่ปักกิ่งตอนปี 2007 ...อันที่จริงก็ไม่เกี่ยวกับงาน Nokhookdesign อะไรเลย แต่ผมอยากเล่าเพื่อให้ตัวเองดูเท่ห์แค่นั้นเองว่าตัวเองเคยแสดงงานกับเขามาแล้ว

โดยปกติผมก็พอจะรู้จักกราฟิกอาร์ตติสชาวต่างชาติหลายๆคน บางคนก็ถือว่าพอจะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก หลังๆมาจะมีสื่อต่างประเทศหรือกราฟิกอาร์ตติสชาวต่างชาติที่พอรู้จัก MSN หรือ Email มาถามผมบางครั้งว่ามีผลงานคนไทยน่าสนใจบ้างและนิสัยของพวกนี้มันก็จะพูดกันตรงๆ และพูดกันเสมอถ้าเกิดมีกรณีของการก๊อปงาน แต่คุยกันเชิงขำๆฮาๆไป แน่นอนว่าผมก็เคยส่งงานของ Nokhookdesign ไปให้เขาดูด้วย ทั้งๆที่คนที่ผมส่งงานไปให้ดู มีความสนิทสนมกับ Jeremyville ด้วยซ้ำไป แต่เขาก็ไม่พูดนะว่าก๊อปหรือไม่ก๊อป (ทั้งๆที่ปกติคุยกันในกรณีนี้กันบ่อยๆ) ส่วนคนที่ว่ามาเป็นใครผมก็มีสิทธิ์ที่จะไม่บอกเช่นเดียวกันกับเจ้าของอีเมล์ลึกลับที่ไม่อยากเปิดเผยชื่อ

พอดีกะว่าจะเอาไปลง Blog ตัวเองก็เลยเขียนซะยาวเลย

#27 By 8e88 on 2009-11-18 23:25