ดีไซน์+คัลเจอร์ สังคมการเมืองที่ซ่อนอยู่ในเปลือกของงานออกแบบ
posted on 11 May 2009 11:01 by nokhook69 in Magazine-Books, Non-Fictionช่วงนี้เป็นช่วงที่สะสางงานเก่า และรับงานใหม่ แบบพอหายใจหายคอได้ ไม่แน่นเอี๊ยด ผมจึงพอมีเวลาว่าง ได้ใช้วันหยุดยาวต่อเนื่องสำหรับการไปเที่ยว และหยุดเพื่อไปเจอะเจอท่านนู้นท่านนี้ ที่แวะเวียนมาเชียงใหม่
ได้นัดเจอ อ. ต้น อนุสรณ์ เจ้าของหนังสือลอนดอน, เคหวัตถุ เจ้าสำนักเคหวัตถุ และบก. GM คุณภาวนา แก้วแสงธรรม เกี่ยวกับหนังสือเล่มใหม่ของอ. ต้น จึงได้พูดคุยเรื่องหนังสือเล็กน้อย (รายละเอียดละไว้ก่อน)
การพบเจอของทีมงานนกฮูกและทีมงานหนังสือจากกทม. ไม่เกี่ยวกับหนังสือเล่มที่ผมเจอในร้านเล่าวันนี้ (และซื้อมันกลับมาอ่านที่บ้าน) แต่โลกที่เห็นถ้ามองแบบสองมิติก็ไม่มีเหตุให้ต้องกล่าวที่มาแต่อย่างใด
แต่ผมว่า มันเกี่ยวกันในโลกสี่มิติ ที่ช่วงเวลา การเคลื่อนที่ของเราเพียงเล็กน้อย ทำให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเราได้
ง่ายๆ ผมมีนัด ต้องพบเจอสองท่าน ผมไปร้านเล่า เห็นหนังสือ ซื้อหนังสือ กลับมาอ่านหนังสือ
และหนังสือมันก็เปิดทางผมไปสู่หนทางที่ผมไม่เคยคิด ไม่เคยอยากคิด รับรู้ ตามประสานักออกแบบท้องถิ่นธรรมดา ที่หากินกับงานสิ่งพิมพ์ทั่วไป
นั่นคือ "การเมือง"
***
ดีไซน์+คัลเจอร์ (ปี 2551) หนังสือรวมบทความจากมติชนสุดสัปดาห์ เขียนโดยประชา สุวีรานนท์ หนา 310 หน้า เป็นหนังสือว่าด้วยงานออกแบบ+กับวัฒนธรรม ยุคสมัยแนวคิด รวบรวมประเด็นด้านการออกแบบกับสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมไว้ด้วยกัน ซึ่งขับเน้นเฉพาะเจาะจงถึงกระบวนการวิเคราะห์ชิ้นงาน และตัวตนของผู้ออกแบบ สังคม ยุคสมัยของงาน ทั้งของไทย และต่างชาติ
อันไม่ใช่หนังสือรวมผลงานออกแบบ และบอกถึงแนวคิดของชิ้นงานเพียงอย่างเดียว แต่บทความกับนำรูปแบบการคิดจากหลายแหล่งแห่งที่ จากทั่วโลก มาอ้างอิง เชื่อมโยง กันเป็นก้อนเดียวกันได้อย่างแยบคาย คล้ายรูปแบบนั้นบ่งบอกการคิดของคน ของเมือง ของการปกครอง การรับอิทธิพล และอื่นๆ อีกมากมาย จนกลายเป็นงานบนสื่อต่างๆ
ให้เราดู ให้เราใช้ และบังคับให้เชื่อ โดยเราไม่รู้ตัว
เขาค่อยๆ ใ้ห้เราเดินทางไปตามหมวดหมู่ที่จัดเรียงไว้ ตามหัวข้อต่างๆ จากตัวตน สไตล์ ของนักออกแบบ และจนไปถึงความเป็นอยู่และระบบการคิดของยุคสมัย บทความทุกชิ้นไม่ได้ฟันธง ชี้ว่าทุกคนต้องคิดเหมือน เพียงแต่เอาข้อมูลมาสนับสนุน และปั่นสมองให้เรารู้จักการคิด และเรียบเรียงชุดเหตุผลในประวัติสาสตร์ ต่อรูปแบบที่เรามองเห็น ว่าดีไซน์หลายอย่างบนโลกที่ดีนั้น ไม่ได้อยู่ที่รูปแบบ แต่สิ่งที่เป็นอมตะ และทรงคุณค่าอยู่ที่ใจความสำคัญของแนวคิดมากกว่า
แค่รูปแผนที่ประวัติอาณาเขตประเทศไทยส่วนต่างๆที่เสียไป ตั้งแต่ก่อนประเทศจะเป็นรูปขวานทองในปัจจุบัน ที่อยู่ในแบบเรียนสมัยเด็ก เป็นการย้อนกลับไปสมัยที่ประเทศไทยใหญ่โตมากมายทั้งพม่าลาวบางส่วนล้วนเป็นของไทย นอกจากจะเป็นแค่ภาพบ่งบอกเราว่าเราเคยใหญ่แค่ไหน มันยังทำหน้าที่ ปลูกฝัง "ปมของการสูญเสียดินแดน" ลงไปด้วย และเมื่อผ่านการเรียน มันจึงช่วยตอกย้ำความคิดขวานทองให้เด่นชัดขึ้น ซึ่งผมไม่เคยคิดมาก่อน และใครจะเคยคิดว่ามันทำให้เรา รักชาติ จากแผนที่ภูมิศาสตร์ ที่ถูกรุกล้ำ หรือเราล้ำรุก
เรียกว่า นึกถึงขวานทีไร ก็นึกถึงการเสียอาณาเขตในทันที
เหมือนงานมันง่าย รูปแผนที่สมัย่กอน แต่ก็...
ผมคิดว่าบางทีการวิเคราะห์เรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง ว่ามันส่งผลก่อรูปเป็นมวลความคิด เป็นก้อนทำให้มวลชนเชื่อถือได้ระดับไหน สามารถทำอะไร เพื่ออะไร (ก็ได้)
ใครจะเชื่อว่า งาน 1 ชิ้น ที่ใครคนหนึ่งสร้าง จะส่งผลทางความเชื่อ คล้อยตาม และเราเองก็มองสิ่งที่เรียกว่าการออกแบบนั้นอย่างไร้การเคลือบแคลง สงสัย
"ก็แค่งานแผนภูมิ รูปภาพ ทั่วไป"
รูปแบบ ทีมา แนวคิด ผู้สร้า่งสรร ในอดีต
บางครั้ง บางงาน มันก็ทำให้เรามองสิ่งต่างๆ บนโลกปัจจุบันอย่างรอบด้านขึ้น
ไม่ใช่แค่ความง่าย งาม โดนใจ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
งานออกแบบกับยุคสมัย เป็นมรดกทางความคิดที่นักวิเคราะห์ขุดปมซ่อนเร้นออกมาเป็นคำพูด ที่ทำให้เราได้คิดต่อ ได้เถียงต่อ ได้...ต่อ
บางเรื่องผมก็พยักหน้า บางเรื่องผมก็บ่นพึมพำ เปิดข้าม ละไว้ก่อน
แต่ก็ยอมรับว่า หนังสือเล่มดังกล่าว ทำให้นักออกแบบ หรือคนธรรมดาอย่างผม ตาสว่างขึ้น และค้นคว้าข้อมูลที่ไม่รู้ ที่สงสัย ใคร่รู้อีกมากมายทีเดียว อย่างน้อยก็ช่วงหนึ่ง ช่วงเวลาที่หัวสมองของผมกลวงเปล่าไร้ข้อมูล (ทางการเมือง)
บางเรื่อง ผมค้นคว้า และก็ได้บทสรุปเฉพาะตน บางเรื่องก็คลายข้อสงสัยได้แค่บางส่วน บางเรื่องถึงกับต้องหยุด
ไม่ใช่ไม่สงสัยต่อ แต่นี่ประเทศไทย การสงสัยเรื่องแบบนั้น รู้ไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ชีวิตผมดีขึ้น
***
ผมรับงานออกแบบ จาก บก. GM และ อ. ต้น มาแล้ว งานความเรียงที่ผมยังไม่ได้อ่านต้นฉบับ และคิดว่าคงไม่ได้เกี่ยวกับหนังสือข้างบนโดยตรง แต่ในอนาคตไม่แน่
เราต่างแยกย้ายกันกลับ หลังจากผมโม้นู่น โม้นี่ และผมยังคงต้องรอข้อมูลในการทำปกอีกพอสมควร ผมกลับมาสะสางงานที่คั่งค้างอยู่
หน้าคอมพิวเตอร์ ผมหาข้อมูลสำหรับทำเว็บไซต์ให้ลูกค้า เป็นเว็บสำหรับขายตุ๊กตา หลายรูปเป็นภาพเก่าๆ สไตล์ย้อนยุคเพื่อนำมาเขียนเป็นภาพใหม่
งานย้อนยุค หากเป็นเมื่อก่อน ผมก็แค่วาดๆ ตามถนัด เอาแค่รูปที่ชอบ ไม่ต้องหาที่มา
เขียนมาถึงตอนนี้ ผมรู้สึกละอายใจ ที่ไม่อาจคิดมากในการทำ ผมอาจอ้างว่า เวลาแสนสั้น และภาระกิจอีกมากมายที่รอสะสาง ทำให้ผมต้องทิ้งที่มา รูปแบบ นัยยะซ่อนเร้นไว้เบื้องหลัง
"งานแบบนั้น สำหรับผมตอนนี้ คงต้องใช้เวลานานทีเดียว"
***
ความคิดนอกเรื่อง ผมเองไม่ได้ส่งเงินประกันสังคม สถานะทางสังคมของผม นั้นไม่ต่างจากแม่ค้าในตลาด ชาวนาในชนบท แรงงานรับจ้างหาเช้ากินค่ำ อันมีเงินรายได้ต่อเดือน ไม่ถึง 15000 บาท เหมือนๆ กัน แปลอีกนัยหนึ่งก็คือไม่ได้เป็นคนในสังคม ไม่ได้จ่ายเงินให้รัฐ ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ มีแต่รับภาษีคืน เป็นคนรากหญ้า
เงิน 2000 บาท ผมจึงเรียกร้องไม่ได้ 555
โดยประมาณ...
นี่ก็เป็นงานออกแบบอย่างหนึ่ง เป็นงานออกแบบโครงสร้างนโยบาย
ทำให้ผม หรือชาวบ้าน ชาวนา รู้สึกว่า หรือคิดไปเองแล้วว่า "รูปที่รัฐวาด ผมไม่ได้ประโยชน์ มันไม่กระเทือนในด้านดี กับตัวเอง กับชีวิต มันเหลือ่มล้ำ มันก็เลยไม่อยากรู้ ไม่อยากดูไปเอง คล้ายๆ เป็นเพียงรูปวาดสวยงามของฝรั่ง เอาวางขายแต่ในห้าง ชาวบ้านอย่างผม นานๆ ทีเข้าห้าง ก็เลยไม่สนใจ" อะไรประมาณนี้
วันนี้ ได้เดินดูรูปแล้ว ก็เฉยๆ
ก็ไม่ถึงกับกระทึบเท้าโวยวายว่าอยากได้ อยากมี แต่ถ้าให้ก็เอา เอามาประดับฝาบ้านก็ยังดี แต่ให้ซื้อก็ไม่เอา ไม่มีเงิน
นี่แค่ยกมาให้เห็นภาพเฉยๆ ครับ
ภาพที่มีคนจำนวนมากชอบ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ก็มีคนที่ไม่ชอบอยู่เหมือนกัน
"งานออกแบบเร่งด่วน มีอิทธิพลกระทบคนในระยะสั้น
งานออกแบบที่คิดรอบด้าน นั้นมีอิทธิพลระยะยาว
แม้ไม่กระทบคนหมู่มาก แต่ก็มีคุณค่าทางวัฒนธรรมสำหรับสานต่อ" อนุกูล เหมาลา (555)
ขอให้สนุกกับการอ่านหนังสือ
***
ปล. อ่านงานวิจารณ์หนังสือและงานต่างๆ ของคุณประชา สุวีรานนท์ อย่างละเอียด รอบด้านกว่าของผม เขียนโดยคุณสุภาพ พิมพ์ชน ได้ที่นี่






)/Products/image.axd?picture=9789740533627L.gif&Type=Large)

ชอบงานของพี่มาก
มีโอกาสกลับบ้าน (ลำพูน) จะแวะไปอุดหนุนค่ะ
ปล. ชอบงานอาจารย์ต้นเหมือนกันค่ะ
#1 By *+~+LovE- Atmospheric+~+* on 2009-05-11 12:07