ชำแหละมันสมองนกฮูกดีไซน์
posted on 04 Apr 2009 11:39 by nokhook69 in Non-Fictionเอาล่ะนี่จะเป็นการแบ่งสมองของตัวเอง ไม่ลำเอียง ไม่เข้าข้าง คิดและเขียนในทันที คำถามจากหลายคนที่ถามว่าคิดงานยังไง ทำไมงานเขียน ภาพประกอบ ปกหนังสือ สี และอื่นๆ ของนกฮูกจึงออกมาลักษณะนี้ ใครเป็นแรงบันดาลใจ เมื่อมากเข้าผมเองก็งง ไม่เคยนึกว่าจะต้องตอบคำถามให้เป็นคำพูดสั้นๆ ได้ เอาล่ะ ไปกันเป็นข้อเลยดีกว่า
งานส่วนใหญ่ รวมถึงชีวิตของผม (ที่เป็นแนวตัวเองนะ ไม่ใช่งานลูกค้า ไม่ใช่ชีวิตคนอื่น กรุณาแยกให้ออกด้วย) จะไม่ใช้ความคิดซับซ้อน เรียกว่าได้ก้อนไหนก็เอาก้อนนั้น ทำๆ ใช้ชีวิต ไม่โหวต ไม่เลือก ดราฟแรกคือจบ
1. สร้างโจทย์
1.1 ถ้ามี
คิดเป็นก้อน เหมือนลูกบอลลูนที่อัดเม็ดโฟมข้างใน หลายๆ ก้อน มากบ้างน้อยบ้างตามแต่ระยะเวลา ได้แล้วให้ระเบิดมันออก มันจะกระเด็นเต็มฟ้า แล้วให้กระโดดคว้ามาสักสองก้อน เช่น ได้คำว่า ร้อนตับแลบ กับสีดำ (ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะรวมกัน) เอาสองก้อนมารวมกัน ใช้วิธีสุ่มจับ ไม่เลือกมาก ได้อันไหนเอาอันนั้น แล้วทำงานเลย ผลที่ได้ก็ต้องลุ้นเอา
1.2 ไม่มี
ไม่คิด ใช้การระบาย งานเขียน จะเริ่มเขียนไปเลย แล้วจบตรงที่พอใจแล้ว บางทีก็สั้น บางทีก็ยาวเหมือนไม่จบ ภาพวาดก็วาดไปเลย ไม่ร่าง วาดจนพอใจว่ามันจบ ไม่เนี๊ยบ ไม่พิศมัยความเนี๊ยบ เป็นคนสนใจอะไรสั้นๆ ที่่บ้านไม่มีดินสอ (มาดูได้) ไม่มีงานไหนที่ทิ้ง งานทุกงาน คือร่องรอยของความคิดช่วงนั้น ชีวิตคนก็เหมือนกัน มันจะสมบูรณ์แบบเสมอไปได้ยังไง
2. เทคนิค วัตถุดิบ กระบวนการทำงาน ปฏิบัติจริง
2.1 สิ่งรอบตัว
จริงๆ อย่าเรื่องมาก อย่าลืม เราไม่ได้ร่ำรวย มีอะไรใช้เท่านั้น มีเน็ตใช้เน็ต มีหนังสือดูหนังสือ มีไม้โปรใช้ไม้โปร มีปากกาใช้ปากกา อย่าให้ข้อจำกัดทางวัตถุ หรือข้อจำกัดทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิลำเนา กฏหมาย และอื่นๆ มาบีบให้เราทำงาน หรือสานต่อสิ่งที่คิดไม่ได้ (ทุกอย่างมีช่องโหว่ แม้กระทั่งกฏหมาย นี่คือโลกจริง ไม่ได้บอกให้เป็นคนเลว แต่หาให้เจอ แต่อย่าให้ใครเดือดร้อน ยืนอยู่บนหลักธรรมคำสอนของครูบาอาจารย์ด้วย) ใช้ข้อจำกัดนี่แหละมาทำมันให้เป็นก้อน จับต้องให้ได้ ทางรูปธรรมก็งานวาด กราฟิก โปรเจค ทางนามธรรมก็คือการคิด การเขียน หนังสือ ทุกอย่างมีที่ทางของมัน อย่าลืม มีคนคิดรูปแบบให้เราไว้หมดแล้ว หยิบตะกร้ามาหนึ่งใบออกไปข้างนอก หยิบใส่เอาเองได้เลย
2.2 คนอื่น
ดัดแปลง ประยุกต์ ตัดต่อ สิ่งที่เราชอบ ความงามจากสิ่งที่คนอื่นสร้างมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม (ทุกอย่างที่คนอื่นสร้างมาแล้ว สถาปัตยกรรมยันไม้จิ้มฟัน) ศิลปิน ประวัติ คู่สี วิธีการ หยิบยืมมาเลย แต่ไม่ใช่การลอกเลียนแบบ แยกให้ออก ใช้ใจแยก ใช้สามัญสำนึก และโปร่งใสกับตัวเองทำเสร็จต้องดูว่าเราภูมิใจว่ามันเป็นงานเราแล้ว ไม่ใช่งานคนอื่น ถ้าอย่างหลังก็ไม่ควรเอาไปให้ใครดู หรือยอมรับคำชื่นชม
เวกเตอร์โหลดฟรีก็มีถมไป ลายไทยบนฝาผนังวัดก็มีทุกๆ วัด ใช้ได้ แต่นั่นหมายความว่าได้ประยุกต์แล้ว ใช่ลอกเลียน ไร้รากเหง้า (นึกไม่ออกให้นึกถึงหนังผรั่งโลเคชั่นไทย และมีป้ายภาษาไทยที่เราเองก็อ่านไม่ออก)
2.3 ธรรมชาติ
มนุษย์ก็คือมนุษย์ มีขีดจำกัด เราต้องนอน ต้องกิน ต้องขี้ ต้องมีโรคประจำตัว ต้องพักผ่อน อย่าหลงลืม ใช้เวลาไปกับสิ่งต่างๆ ข้างบนจนจบชีวิต ให้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูง ออกไปหาอะไรใหม่ๆ จดจำ ธรรมชาติ ใช้จ่ายเงินทองเสียบ้าง ไม่ได้ฟุ่มเฟือยแต่ให้หาความสะดวกสบายบ้าง อย่าลืม ชีวิตของเราเกิดมาแล้วก็ตาย อย่าไปเครียดกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง หรือเรื่องที่มันเป็นเรื่องก็เอามาใส่ใจตลอดเวลา เฮ้ เราไม่ใช่เทวดานะ
2.4 ของมึนเมา
เยาวชนควรเอาเยี่ยงอย่างหรือ ทีวีก็ออกมาบอกว่าเป็นสิ่งไม่ดีและก็ไม่เคยคิดแม้สักครั้งว่ามันจะทำให้ทำงานได้ดี ทำชีวิตเราสงบสุขราบลื่น ไม่ๆ ผมไม่ได้เห็นด้วยกับของเหล่านั้น แต่บางครั้งเบียร์สักแก้ว การเข้าสังคมเพื่อนฝูง การพบปะผู้คนหลากอาชีพ ก็ทำให้วิธีคิดไหลรวมกันเป็นก้อนมหึมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ เราหยิบมาใช้แทบไม่หวาดไหว เลยจริงๆ
3. ผลงาน
3.1 รูปธรรม กับคำติชม
ไม่มีใครจับต้องงาน หรือชื่นชมงานของเราด้วยความเข้าใจถ่องแท้หรอก ถ้ามันดี หรือไม่ดี เราย่อมรู้ด้วยตัวเอง แต่ไม่ใช่ว่าอัตตาเป็นใหญ่ไม่รับฟังผู้อื่น แยกให้ออกด้วย แต่ถ้าหลีกเลี่ยงคำติชมได้ผมก็เลี่ยง คำชมเป็นสิ่งดี ข้อติติงก็เป็นสิ่งดี แต่อย่าให้สองสิ่งนี้ ลดพลังในการสร้างสรรค์งานของเราลง เชื่อว่า ไม่มีใครทำงานแล้วอยากได้แต่คำติ ไม่แสวงหาคำชม คนๆ นั้นก็บ้าแล้ว
3.2 ต่อยอด
จริงๆนะ ผมอยากให้ทุกคนเห็นงานผม เห็นโปรเจคที่ผมทำเป็นเรื่องกระจอก แสนง่าย ฉันเองก็ทำได้องค์กรฉันใหญ่พอ เอาอยู่ น่าลองทำบ้าง นั่นแหละสิ่งที่ผมทำอยู่
ไม่ได้อวดอ้างผมอยากให้คิดอย่างนี้ เพื่อที่คุณจะได้ลงมือทำด้วยตัวคุณเอง และมีผลงานใหม่ๆ โปรเจคดีๆ เพิ่มขึ้นบนโลกใบนี้ เพื่อตัวคุณเองก็ได้ ไม่ต้องให้สังคมหรอก อีกหน่อยมันจะขยับ และพัฒนาไปของมันเอง อย่าได้อ้างว่าทำเพื่อสังคมตั้งแต่งานชิ้นแรก ตัวเราเองนี่แหละสำคัญอันดับหนึ่ง
งานทุกชิ้นผมจะทำไม่สุด ไม่ได้ไม่อยากให้มันที่สุด แต่ทำได้เท่านี้ ศักยภาพมีเท่านี้ ไม่ฝืน คิดว่าที่เหลือเป็นช่องว่าง เป็นที่ทางให้คนอื่นต่อยอดทำงานของตัวเอง หยิบยืมไปได้เลย คู่สี เมนหลัก กระบวนการทำงาน งบประมาณ แต่ไม่ใช่การถามว่าทำยังไง เพราะทุกครั้งจะมีรายละเอียดให้อ่านอยู่แล้ว (ผมไม่ได้เสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดา เพราะรายได้ต่อปีไม่ถึง 150000 บาท คิดและทำกันสองคนล้วนๆ ไม่ใช่บริษัท ไม่มีฝ่ายขาย การตลาด บัญชี ครีเอทีฟ นักกฏหมายประจำออฟฟิศ แถมไม่ได้ทำงานรูปแบบเดียวเสมอไป) ผมเองก็ต่อยอดงานตัวเองออกบ่อย และบางทีก็ต่อได้นาน บางทีก็ต่อได้สั้น ตามความถนัด กำลังแรง และความสนใจของช่วงเวลา ถ้างงว่าข้อนี้หมายความว่าอะไร กลับไปอ่านข้อ 1.1 อีกครั้ง
3.3 เผยแพร่
ช่องทางมีมากมาย ในบล็อก ในเว็บ ในบ้าน ในโรงเรียน การขายงาน ฟรีดาวน์โหลด อย่าเก็บไว้ดูเองสิ เหมือนความดี ความเลว ถ้าไม่ออกมา มันจะกระทบใจ ทำให้ผู้อื่นมองเห็นได้อย่างไร เพียงแต่ ถ้าเลือกได้ เอาอย่างแรกออกมาให้มากกว่าอย่างหลัง ก็เป็นใช้ได้ อย่าลืมว่าเราเป็นมนุษย์
"ต้องเกิด แก่ เจ็บตาย และมีค่าใช้จ่ายชีวิต"
ปล. ใครจะให้เพิ่มเติมตรงใหนแจ้งด้วย เดี๋ยวแบ่งออกมาเป็นข้อย่อยๆ ให้ ถ้าข้อเขียนข้างบน มันยังไม่ชัดเจน







#1 By ♥ ช้างต้น on 2009-04-04 12:27