บทวิเคราะห์อย่างสุ่มสี่สุ่มห้า MAD หนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มที่สองของ อนุกูล เหมาลา
เขียนโดย กุ๊บ ที่มา http://lumpbook.exteen.com/20081130/mad

พลันที่วางหนังสือ เพื่อพักสายตาจากการอ่านรวมเรื่องสั้นเล่มที่สองของ อนุกูล เหมาลา ผมก็ยังคงสับสนว่า ผมกำลังอยู่ระหว่างการหลับฝัน หรือเพิ่งงัวเงียไปกับคราบน้ำลายที่เกรอะกรังบนมุมปาก และปรับสายตาให้รับรู้กับการฟื้นตื่นจากการนอนหลับอันยาวนานกันแน่ – ‘มึนตึงและล่องลอยคือการรับรู้เดียวที่ผมมีในตอนนั้น

ไม่ใช่ว่าหนังสือ ของอนุกูล เป็นหนังสือปรัชญาเพ้อฝันเข้าใจยากที่หลุดมาจากศตวรรษก่อน หรือเป็นหนังสือที่ผู้อ่านต้องการความรู้เฉพาะสาขาบวกกับชุดความคิดอันล้ำ ลึกในการวิเคราะห์ตัวหนังสือของเขาเพื่อความเพลิดเพลินในการอ่านไม่ ตรงกันข้ามเรื่องสั้นของเขากลับมีเนื้อหาที่ดูจะเบาหวิวและเกือบไร้สาระ มันเป็นเหมือนบทการ์ตูนที่ไม่อาจระบุสัญชาติ ที่มีเค้าโครงของนิทานสมัยเรายังเด็ก ๆ แตกต่างเพียงนิทานของอนุกูลมันแสนจะหลุดโลก และแปลกแยกเคล้าไปกับอารมณ์ขัน น้ำเสียงในเนื้อหาแม้ดูจะเล่าเรื่องแบบพาซื่อไหลไปเรื่อย แต่พอนั่งละเลียดตัวหนังสือในเล่มด้วยสมาธิแล้ว สิ่งที่คุณจะได้พานพบในเรื่องเล่าของเขากลับอุดมไปด้วยอารมณ์เสียดสีสังคม และวัฒนธรรมบริโภคนิยมอย่างร้ายกาจชนิดหาตัวจับยาก

หนังสือของเขาคล้ายผล พวงของสารอันตรายที่ค่อย ๆ สะสมในร่างกาย ซึ่งมันค่อย ๆ แทรกซึมไปในทุกอณูของร่างกาย พอคนอ่านรู้ว่าได้ตกไปในโลกของอนุกูลอย่างถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว ก็เหมือนกับที่เพิ่งรู้ว่าขนมที่พวกเขากินจนเคยตัวนั้นล้วนเจือปนด้วยสาร เมลามีน - แต่ก็ยังดื้อดึงที่จะกินต่อไปเรื่อย ๆ

เหนือสิ่งอื่นใด ทั้ง 20 เรื่อง (สั้นบ้างยาวบ้าง) ของอนุกูล ทำให้ผมนึกถึงขบวนการเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมในยุโรปในช่วงปี 1920 (นับตามแบบฝรั่ง) ขบวนการที่โลกศิลปะรู้จักกันในชื่อ ดาดา

ดาดาเกิดจากการรวมตัวของคนทำงานศิลปะ นักเขียน และกวี ในร้านกาแฟเล็ก ๆ ชื่อคาบาเรต์ วอลแตร์ ในเมืองซูริก ของสวิสเซอร์แลนด์ ผลพวงจากสงคราม ความสูญเสีย และความสิ้นหวัง เป็นแรงบันดาลใจให้คนกลุ่มนี้โหยหาความเป็นอิสระจากความเลวร้ายทั้งปวง ผ่านการสร้างงานแปลกล้ำและฉีกออกจากกฎเกณฑ์ทั้งปวง รวมทั้งขนบแห่งยุคสมัยก่อน ๆ

การแทนมนุษย์ด้วยเครื่องจักรหมุนเร็วผ่านงานจิตกรรมของ ฟรานซิส ปิคาเปีย การอ่านบทกวีในชุดกระดาษแข็งคล้ายหุ่นกระป๋องของ อูโก้ บอล การส่งโถส้วมไปแสดงในพิพิธภัณฑ์ของมาเซล ดูชองป์ หรือชิ้นงานประติมากรรมอันแสนบิดเบี้ยวของ ณอง อาร์ป ล้วนเป็นผลิตผลที่สร้างความรับรู้ถึงขบวนการดาดาให้โลกศิลปะ ก่อนที่มันจะกลายพันธุ์เป็นงานเซอร์เรียลลิสต์หรืองานศิลปะแบบเหนือจริง ซึ่งได้เข้ามาแทนที่ในทศวรรษต่อมา

เรื่องสั้นอย่าง ดาวน้ำแข็ง หรือ โยกย้ายเปลี่ยนดาว รวมทั้ง Bullet ดาวที่มีแค่เราและกระจกเงาหนึ่งบาน และ ทะเลที่ห้อง ล้วนให้ความรู้สึกถึงการโหยหาพื้นที่สำหรับใส่จินตนาการ ที่ได้รับผลกระทบจากความชินชา และเฉยเมยของสังคมประจำวัน ขณะที่อนุกูลยังมีลูกเล่นเล็ก ๆ เป็นเรื่องสั้น (กว่าเรื่องสั้น) เสียดสีวัฒนธรรมกระแสหลัก ทั้งเรื่อง Last Shot และคนท้องสองวัย

การคาดเดาบทสรุปของเรื่องในแต่ละเรื่องของเขาถือเป็นสิ่งที่น่าปวดหัวอย่างหนึ่ง ใช่ว่าเรื่องของเขามีลูกเล่นแพรพราว หรือหักมุมจบแบบคาดไม่ถึง เปล่าเลยเรื่องสั้นของเขาคล้ายการอิมโพรไวซ์ความคิดตัวเองไปเรื่อย และหาจุดลงที่สามารถสื่อถึงความคิดหลักที่เขาต้องการนำเสนอ (คำเตือน: จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องใช้สมาธิอย่างสูงเพื่อความรื่นรมย์ในตัวหนังสือของเขา ไม่เช่นนั้น คุณคงต้องหาพาราเซตามอลซักแผงมาช่วยบรรเทาอาการล่องลอยกู่ไม่กลับ)

ครั้งแรกที่ผมได้อ่านหนังสือเรื่อง MAD ของอนุกูลอย่างคร่าว ๆ อนุกูลบอกผมว่าเขาไม่รู้จักกับขบวนการดาดามาก่อน, คงเป็นเรื่องบังเอิญที่ มนุษย์น้ำแข็ง คนหัวหนู หรือชายหัวหมวกกันน็อค ตัวละครอันพิลึกกึกกือกับการเดินเรื่องอันแสนพิสดารของอนุกูล ได้อิทธิพลลึก ๆ มาจากงานในปี 1920

ผมรู้จักอนุกูลผ่านการทำงานนิตยสารฉบับหนึ่ง เขาเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ที่มีฝีมือร้ายกาจคนหนึ่ง งานของเขาถือว่าไม่จัดจ้านหรือฉูดฉาดตา แต่สนุกสนานและดูอิสระ เป็นงานที่ผ่านความคิดสร้างสรรค์ที่ได้รับผลกระทบมาจากความรู้สึกในเชิงบวก ผมไม่รู้ภูมิหลังของอนุกูลมากนัก แต่เท่าที่เห็น, ผมว่าเขามีชีวิตที่สมบูรณ์พูนสุขดี มีนกฮูกสาวขาวอวบเป็นคู่คิด มีร้านค้าเล็ก ๆ ของเขาเองไว้เติมเต็มจินตนาการ มีผลงานที่เขาพึงพอใจจะทำมากกว่าการถูกบังคับตามแนวคิดทางการตลาด ดูเขาไม่มีความกดดันอะไรในมารบกวนจิตใจในแต่ละวัน เรื่องสั้นของเขาก็คงมาจากมุมมองและจินตนาการอันประหลาดโลกส่วนตัว มากกว่าแรงบันดาลใจจากความตรอมตรมเหมือนขบวนการดาดา

แต่เชื่อแน่ว่า หากอนุกูลเกิดก่อนกาลปัจจุบันซัก 80 ปีในทวีปยุโรป
เขาคงได้นั่งจิบคาปูชิโน่อุ่น ๆ ถกปัญหาการเมือง และวัฒนธรรมในผับคาบาเรต์ วอลแตร์ กับมาเซล ดูชองป์
อย่างแน่นอน

ปล. ขอขอบคุณ คุณกุ๊บ บก. นิตยสารสุวรรณภูมิ กับบทวิเคราะห์อย่างละเอียดชิ้นนี้ ทั้งอ่านและเขียนมันในเวลาอันสั้นทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะได้ตีพิมพ์หรือไม่ ด้วยใจจริงครับผม

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

big smile big smile big smile

#1 By V@R on 2008-12-01 19:24

อืม .. ดาดา
ป่ะเดวจะเซาะมาอ่าน เน้อ big smile

#2 By Madaewee @ Hippie''60' s on 2008-12-01 20:06

โอ้ ดาดา

#3 By nyanta on 2008-12-01 20:21

big smile big smile

#4 By bu on 2008-12-01 21:58

big smile

#5 By ไอ้แป้น : i-phan on 2008-12-02 00:32

เป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไหร่นัก..ถ้าไม่สนใจจริงๆจังๆ แต่เราอ่านของคุณนกฮุ๊กจบนะ เอิ๊กเอิ๊ก ดาดาดาquestion

#6 By Kaeyjung on 2008-12-02 11:08

เริ่มขึ้นแล้วนะคะ !!
สำหรับ postcard project ต้อนรับปีใหม่ 2552
keyword คือ "กล่อง"

ท่านใดสนใจ ลงชื่อไว้ใน blog ของนู๋โคลซได้เลย
(** สำหรับผู้เข้าร่วมโปรเจคใหม่ ...
กรุณา pm ชื่อ-ที่อยู่ในนู๋โคลซด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ)