วิถีของบุคคลไร้ราก

posted on 04 Jul 2008 17:11 by nokhook69 in Non-Fiction

สวัสดีครับ

ผมชื่อนายอนุกูล เป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิด อายุ 28 ปี จบการศึกษาระดับ ป . ตรี จากมหาวิทยาลัยในกทม. ผมจบมาได้ 6 ปีกว่าแล้วครับ
จบปุ๊ปก็เข้าทำงานในบริษัทผลิตนิตยสารแห่งหนึ่ีงที่กรุงเทพช่วงระยะเวลา 6 เดือน ผมก็ย้ายกลับเชียงใหม่ก็มาทำงานนิตยสารอีก เรื่อยมาจนมาถึงเมื่อปีที่แล้ว

ผมเป็น 1 ใน บุคคลไร้ราก บ้านแตก ไร้ที่อยู่ ไม่มีญาติมิตร ถึงมีก็ไม่ได้ส่งเสริม ช่วยเหลือ ต่างคนต่างอยู่ ไม่ได้ชิงชังกัน แต่ก็ไม่ได้รักกันมากมาย
ผมทำงานประจำที่บริษัทผลิตนิตยสารที่เชียงใหม่ 5 ปีกว่า นั่นดี และไม่มีปัญหาใดในที่ทำงาน ไม่เคยเป็นหนี้ มีประกันสังคม ใช้จ่ายตามสมควร ผมลาออกจากงานประจำได้ 9 เดือนแล้ว มาทำงานอาชีพอิสระ และเปิดร้านเสื้อเล็กๆ อยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่
ร้านก็พออยู่ได้ ไม่มากไม่น้อย

แต่มันก็ไม่ได้มีีหลักฐานประกันได้ว่า ผมมีตัวตน หรือหลักค้ำประกันด้านการเงินใดๆ กับร้านเล็กๆ และรายได้เพียงหลักพันต่อเดือน
หากอยากได้สิ่งของ หรือผ่อนชำระใดๆ ต้องใช้เงินสด
เพราะใบปริญญาและผลงานที่ทำอยู่ ไม่สามารถเป็นหลักฐานในการเช่าซื้อ ผ่อนชำระหนี้ได้

ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วไม่ต้องไปสมัครสินเชื่อให้เสียเวลา ไม่ได้ตั้งแต่ไม่มีบ้านอยู่แล้ว

แต่ข้อดีของอาชีพอิสระ คือความอิสระ ทำงานเท่าที่ทำไหว รายได้มากมายหากขยันขันแข็ง แต่ข้อเสียก็อย่างว่า ไร้ราก ไม่มีตัวตน ไม่มีเครดิตบอกว่าเงินที่ได้แต่ละครั้งได้เท่าไหร่ ซื้อหาอสังหา หรือสังหา ไม่ได้สักอย่างเดียว (ถ้าได้ก็ต้องมีเอกสารมากมายมายืนยัน ธุรกิจที่ทำอยู่) แม้จะเป็นเงินหลักร้อยก็ตามที ลืมชื่ออนุกูลในเครดิตบูโรไ้ด้เลย

ข้อดีของงานประจำคือเป็นหลักค้ำประกันว่าเป็นหนี้ได้แบบสบาย ไม่ต้องมีอะไรยุ่งยาก มีฐานเงินเดือนชัดเจน รายได้เข้าทุกๆ สิ้นเดือนสม่ำเสมอ ไม่ต้องปั่นสเตทเม้น เพื่อขอกู้ซื้อบ้านในอนาคต ไม่ต้องเมก เงินเดือน แต่ข้อเสียก็คือต้องทำงานทั้งวัน ทุกสิ่งอย่างเป็นของบริษัท แม้มันจะเป็นงานที่เราทำเองก็ตาม เป็นชิ้นงานที่ใครในบริษัทก็ทำเองไม่ได้ นั่นแหละข้อที่ผมพอนึกออก

ผมคิดว่า ผมเลือกทางนี้แล้ว รักที่จะมีอาชีพอิสระ มีเงินใช้พอสมควร แต่ก็ต้องยอมรับ ในวิถีทางของสังคมเงินเชื่อ
เพราะในความเป็นจริงของสังคมแล้ว หลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณาไม่ได้อยู่ที่งานที่เราทำ ระดับความรู้ที่ใบปริญญากำกับไว้

หากผู้ใดคิดอยากมั่นคง มีหลักประกัน ผมคงไม่ต้องบอกว่าควรเลือกทางใด เลือกทางไหนจะดี

เพราะชีวิตผม เป็นตัวอย่างหนึ่งในการตัดสินใจของคุณ ใช่ ผมต้องมีเงินสดอย่างเดียวเท่านั้น ที่จะใช้แลกมาซึ่งสิ่งของที่อยากได้ เช่นอยากได้รถ ก็ต้องซื้อเงินสด อยากได้บ้านก็ต้องซื้อเงินสด

ซึ่งหมายความว่า หากไม่ถูกหวย ไม่มีบุญหล่นทับ ไม่ได้สมบัติก้อนโต หรือเงินทองก้อนพอดี หรือก่อตั้งบริษัทเป็นชื่อตัวเอง แล้วไปได้ดีในตลาดโลก
ผมจะเป็นคนไร้ราก ไร้บ้าน มีเพียงชื่อจริงประกบติด อยู่บนทะเบียนบ้านคนอื่นตลอดกาล

เขียนมาถึงตรงนี้ ผมไม่มีความเศร้าเสียใจใด โดยสัตย์จริง ไม่ได้ก็ไม่ว่า ไม่มีรากก็ไม่เป็นไร และผมสัญญาว่าผมจะทำอาชีพนี้ให้ดี เหมือนชาวญี่ปุ่นที่รักในอาชีพทำขนม รักในการทำเต้าหู้ รักในการทำอาหารกลางวัน เพราะความรักในอาชีพ แม้ต่ำต้อย ยากวัดด้วยหลักฐานหรือเอกสารใดได้
มันอยู่ที่ใจ และความมุ่งมั่น รักในวิชาชีพตน

ผมโชคดี มีคนรักเคียงข้าง (ที่ทำงานประจำ) ประคับประคองกันไปไม่ให้ล้ม น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเมก ไม่ต้องปั้น ทำได้จริง

เรื่องแบบนี้ ถ้ารักแล้ว ไม่ว่าอาชีพไหน ผมว่า "ไม่ต้องจบมาจากสถาบันไหนก็อยู่ได้ ไม่ขัดสน"

ผมเลือกดีแล้วนะ ผมว่า การเป็นพ่อค้า และมีอาชีพอิสระ ก็ยืนอยู่ในประเทศนี้ได้ แม้ว่ามันจะซื้ออะไรด้วยเงินอนาคตไม่ได้ หรือไม่มีหน้าตาในสังคมก็ตามที

ปล. ช่วงนี้ปั่นเงินครับ ต้องเขียนอะไรเตือนตัวเองสักหน่อย

Comment

Comment:

Tweet

ตั้งมั่น ศรัทธา ความสำเร็จไม่หนีเราไปไหนหรอก

#18 By namm (58.147.58.142) on 2009-08-25 15:23

อ่านแล้ว ยิ้มได้จริงๆ ค่ะ

คุณ เหมือนแฟนเราเลย

บุคคลไร้ราก บ้านแตก ไร้ที่อยู่ ไม่มีญาติมิตร ถึงมีก็ไม่ได้ส่งเสริม ช่วยเหลือ ต่างคนต่างอยู่ ไม่ได้ชิงชังกัน แต่ก็ไม่ได้รักกันมากมาย

^^ แต่ เราก็รักที่เขาเป็นตัวเขา
บางที คนเราก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ปัจจัย ฐานะ เงินทอง
การศึกษา หรอกค่ะ

มันขึ้นอยู่กับ ความดีที่ทำ ความสุขที่ตัวเราพอมีและพอใจ
ความสุข ง่ายๆที่ สามารถ แบ่งปันรอยยิ้มให้กัน มันอิ่มใจ
ดีกว่าเงินทอง เสียอีก

เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ.....
http://mukgusushi.hi5.com

#17 By Bee (124.121.97.33) on 2009-06-24 18:08

อ่านแล้วยิ้มได้ครับ

ผมเองก็เป็นมนุษย์เงินเดือน ที่เงินเดือนไม่เท่ากันทุกเดือน
(เป็นเซลล์)

อ่านแล้วก็กระตุ้นตัวเองได้ดีครับbig smile

#16 By wine under locker on 2009-02-15 21:41

อ่านแล้วยิ้มค่ะ ขอบคุณที่ช่วยยืนยันว่ามันมีจริง big smile
อ่านแล้วได้ข้อคิดอะไรหลายๆอย่าง
ผมก็เป็นหนึ่งในมนุษย์เงินเดือนเหมือนกััน
บางวันตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่า เบื่อหว่ะ ขี้เกียจไปทำงาน
แต่ทำไงได้ ในเมื่อเราเป็นคนเลือกเอง
แล้วเราก็ยังใหม่อยู่สำหรับวงการกราฟิค
ประสบการณ์ยังไม่ถึงปีเลย
แต่โชคดีที่ออฟฟิศเค้าอยู่กันเหมือนครอบครัว
แล้วเค้าก็ไม่ปิดกั้นในการทำงาน
แต่เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะทำได้นานอีกเท่าไหร่
แต่ยังไงก็ตอนนี้เราอยู่กับปััจจุบัน
ก็จะพยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด

#14 By thinkd on 2008-11-05 16:19

ท่าทางเครียดใช่เล่นนะ แต่ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ เศรษฐกิจช่วงนี้ก็แย่ซะเหลือเกิน ลำบากกันไปหมด

ตัวเองตัดสินใจใช้ชีวิตเป็น Freelance ได้เกือบ 4 ปีกับอายุวัย 32 ในตอนนี้ กลับไปทำงานประจำก็อาจจะหางานยากแล้ว ...ชีวิตก็ยังหลักๆลอยๆ อนาคตไม่รู้ แต่รู้แค่ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ มีความสุขเท่าที่จะเป็น ดูแลพ่อแม่ได้เต็มที่ ตัวเองอาจจะลำบากในบางครั้ง...หากมองกลับไปก็ไม่ได้เสียใจที่ตัวเองตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตแบบนี้ มีอยู่หลายอย่างที่ชีวิตมนุษย์เงินเดือนต่อไปก็ไม่สามารถจะมีเวลาทำได้ ...ความฝันหลายอย่างตอนนี้ก็ได้ทำแล้ว และทำได้ดีกว่าที่หวังไว้ มันเป็นเรื่องที่น่าพอใจ เพราะถ้าใช้ชีวิตแบบเดิมๆอยู่ คงจะไม่มีเวลามาทำ ...ตอนนี้ขาดอย่างเดียวก็คือเงินทองและความร่ำรวย ซึ่งชาตินี้จะรวยได้รึเปล่าไม่รู้ sad smile

แต่อย่างน้อยแก็งค์ก็ยังมีคนที่เข้าใจ ..คิดเอาง่ายๆแบบนี้ แล้วจะทุกข์น้อยลง เดี๋ยวว่างๆจะหาเวลาไปเยี่ยมที่เชียงใหม่อีก ช่วงนี้ถังแตกเช่นกัน ต้องปั่นเงินก่อน

#13 By 8e88 on 2008-07-06 02:13

ก็มาเป็นฟรีแลนซ์ประจำที่บริษัทเราสิ
อิสระ แต่มีประักันสังคมนะ (ไม่รู้ว่านี่จะช่วยปลอบใจได้ไหม?)

แล้วก็ฟีโน่น่ะ ถ้ามันไม่ผ่าน เอาชื่อเราซื้อก็ด้ายยย เสร็จแล้วค่อยโอนทีหลังหน่า sad smile

#12 By nyanta on 2008-07-05 09:16

อ่านแล้วขำดีแม้จะมีความเครียดก็ตามนะคะ

#11 By oldme on 2008-07-05 00:08

จริงๆผมว่า freelance ได้เงินดีกว่างานประจำมากเลยนะ บางงานรับมาทำเองได้เยอะกว่าเงินเดือนตั้งหลายเดือน

แต่กรณีนี้ก็คงขึ้นอยู่กับอะไรหลายๆอย่างด้วยมั้งครับsad smile

#10 By sengkaraoke on 2008-07-04 23:07

ชอบที่เขียนจัง
เอาใจช่วยครับผม big smile

#9 By on 2008-07-04 21:41

เหมือนคนที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

แค่นั้นก็มีความสุขแล้วครับ

^^
ฉันสนับสนุนแนวคิดของความอิสระเต็มที่

#7 By P.S on 2008-07-04 20:18

เอาหัวไหล่ตูดช่วยครับผม

ทำเผื่อผมด้วยนะครับ

เพราะผมคงไม่ได้ใช้ชีวิตสนุกสนานแบบนั้นอีกแล้วbig smile
สู้ๆค่ะ เอาใจช่วยอยู่นะคะ
ได้โอกาส(เงินมี&ของโดนใจ)ก็จะอุดหนุนเป็นครั้งคราวค่ะbig smile
เงินเชื่อมีแต่ทำให้เราเป็นหนี้ค่ะ มันก็ดีบางอย่างเสียอย่างอ่ะนะ

#5 By MamiLuv on 2008-07-04 19:14

สู้ๆครับผม

#4 By desktop bomb on 2008-07-04 18:29

สู้ สู้
จากคนรักอิสระ และไร้ราก เหมือนกันอิ..อิ

#3 By pets on art on 2008-07-04 18:05

เป็นกำลังใจให้ครับ
อย่าท้ิงอุดมการณ์การใช้ชีวิตconfused smile

#2 By BENZILLA's Blog on 2008-07-04 17:55

ผมสัญญาว่าผมจะทำอาชีพนี้ให้ดี เหมือนชาวญี่ปุ่นที่รักในอาชีพทำขนม รักในการทำเต้าหู้ รักในการทำอาหารกลางวัน

ถูกใจๆๆcry

#1 By wesong on 2008-07-04 17:42