"ความน่าพอใจ" ในชีวิตของผม
posted on 13 Oct 2007 09:59 by nokhook69 in Non-Fiction
คงต้องบอกว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนแปลงในชีวิตหลายๆ อย่าง เอามากๆ
ผมทำงานหนังสือแจกฟรี มาตลอดระยะเวลาสี่ปี ตอนนี้กำลังจะปลดเกษียณตัวเองไปทำธุรกิจส่วนตัว (ซึ่งไม่แน่นอนเอาเสียเลย)แต่เพื่อความฝัน ผมอยากเปิดร้านเสื้อยืด และแกลลอรี่ศิลปะขนาดเล็กๆ
นั่นหมายความว่า สิ้นเดือนนี้ จะเป็นการสิ้นสุดการทำงานประจำ อันได้รับค่าเหนื่อยเป็นเงินจำนวน หนึ่งหมืนกว่าบาท หักประกันสังคมแล้ว ก็เหลือประมาณ เก้าพันกว่าบาท พอเพียงสำหรับคนอาศัยอยู่เชียงใหม่ บางสิ่งที่เคยทำไว้ก็อยากบันทึกไว้บ้างโปรเจคในหัวบางโปรเจคเกิดขึ้นระหว่างทำงานประจำ หนังสือเล่ม ส่วนตัวของผม "เหตุการณ์กระดาษ" วางขายบนร้านหนังสือในปี 2548 คงอยู่บนแผงในระยะ1 ปี 1000 เล่ม ตีกลับมาเสีย 500 เล่ม
ผมถือว่า ผมได้ทำแล้ว ประสพความสำเร็จจากการเริ่มต้นในเชียงใหม่ ที่ไม่มีสำนักพิมพ์ คุ้มหัว บุกเบิกถากถางเอาเอง "น่าพอใจ"
โปรเจคเสื้อยืดทำเอง และโปสการ์ดจำหน่าย เริ่มจากงานเดียวกัน วางขายในงาน indy book ที่ร้านเล่า ก็พอกรุบกริบ จนมาวันนี้ ลายนั้นที่ทำ 50 ตัว ก็ยังเหลืออีก 1 ตัว โปสการ์ดที่ทำ ก็เหลืออีก 4-5 แบบ "น่าพอใจ"
ส่งงานภาพประกอบเก่าเก็บ "ZOO Party" ไปที่เว็บ Openfest ได้รางวัล ชมเชย มาในสาขา Graphic แล้วหนังสารคดี ที่ถ่ายเล่นๆ ตอนไปติดตามช่างภาพของออฟฟิศ ก็เข้ารอบสุดท้ายในงานนั้นด้วย "น่าพอใจ"
ออกแบบหนังสือให้กับ นักเขียนทั้งที่ดังแล้ว และไม่ดัง หลายคน มีทั้งที่ได้ดั่งใจ และทำตามคำสั่ง มีหน้าที่รับเงินอย่างเดียว ผ่านพ้นไปเล่มต่อเล่ม แต่มีงานปกของพี่ อนุสรณ์ ติปยานนท์ เป็นบก. ชื่อ Human Rights + Human Writes และ “Household Objects เคหวัตถุ” เป็นปก 2 เล่มล่าสุด ที่ผมชอบเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะเขาให้อิสระมากๆ ให้ผมอ่าเรื่องและตีความเอาเองเลย ไม่จำกัดเทคนิค อิสระแทบเรียกได้ว่า ทำตามใจเลย ผมจึงคิดว่า "น่าพอใจ"
ร่วมเล่นส่งงาน bio boy และ siam boy ให้บริษัท lenarai ผลิต Action ficgure แบบจำนวนจำกัด กับดีไซเนอร์ไทยมากฝีมือ ในชุด graphic series คาดว่ากว่าสายผลิตจะมาถึงผมก็คงอีกนาน "น่าพอใจ"
งานจ๊อบชิ้นเล็กชิ้นน้อย มีทั้งลูกค้าที่ดี และลูกค้าที่แย่ ตามประสาคนทำงานพาณิชย์ศิลป์ จะไปเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง ก็คงจะเดินทางบนถนนเส้นนี้ลำบาก บางครั้งผมกลบเกลื่อนทำๆ ไปอย่างที่เขาอยากได้ รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ดี แต่งานต้องส่งแล้ว บางทีก็ต้องเผา ต้องเออออ ไร้การคัดค้าน สุ้มเสียงแผ่วเบาของเรา ไม่มีผลใดๆ ทางการตลาดท้องถิ่น ผ่านพ้นไปได้หลายสิบงาน "น่าพอใจ"
โปรเจคเล็กน้อยอันไม่ได้เงินหลายอัน ในช่วงที่เบื่อหน่ายงานประจำพรั่งพรู พี่หลายคน แนะนำว่า "งานประจำหล่อเลี้ยงชีพ งานที่ชอบหล่อเลี้ยงใจ ต้องมีทั้งสองอย่าง" ผมพยักหน้า
ช่วงชีวิตผม "น่าพอใจ"
งานภาพประกอบหนังสือ “นิทานระทม” ของพี่ Filmsick 18 ชิ้น รวมออกแบบปก 3 ปก ถูกยุบโครงการไป ด้วยความเห็นไม่ลงตัวเรื่องปกขายไม่ขาย ระหว่างสำนักพิมพ์ กับคนออกแบบภาพประกอบ-นักเขียน ผมคุยกับ พี่ Filmsick (นักเขียน) แล้วลงความเห็นร่วมกันว่า “มันไม่คุ้มเลยถ้าเอาปกแบบหนังสือที่วางเกลื่อนบนแผง” จึงชลองานไปก่อน หากหนังสือวางแผง เป็นแบบปกที่เขาเลือก ผมคงไม่มีหน้ามานั่งพิมพ์ด้วยความดีใจนัก หยุดไว้ก่อนดีแล้ว “น่าพอใจ”
ชักชวนคนรู้จักหลายๆ คน มาออกแบบลายเสื้อ มีของกำนัล เป็นแต่ลายเสื้อที่เขาออกแบบร่วมกัน ผ่านพ้นไป “nokhook puppet” บางคนงงๆ ก็ยังส่งงานมาร่วมเล่น ผลิตเสื้อขายในจำนวนแค่ 60 ตัว แค่นี้เอง ก็ "น่าพอใจ"
ไปเขียนเรื่องสั้น ในโปรเจค Lonesome-cities อันมี 4 หนุ่ม ต่างที่ ต่างทาง มาเขียนด้วยกันในบล็อก จากโครงการ 1 มาโครงการ 2 ในปีนี้ “น่าพอใจ”
เป็นหนึ่งในสาม กับเพื่อนชาวเหนือที่คุย MSN กัน แล้วตัดสินใจอีก 2 ชั่วโมงนั้นเลย โดยมี ท็อบ SUB ผู้ผลิต และบอย กระบือการค้า พีอาร์ และผมผู้ปลุกปั่นกระแส นัดเจอกันหารค่าเช่าโฮสคนละ 400 กว่าบาท ทำเว็บอีบุ๊กแจกฟรี รวมเหล่านักออกแบบเลือดล้านนา ในชื่อหนังสือว่า “โฮะ ดีไซน์” ออกไปแล้ว 2 เล่ม ใช้เวลาโครงการ ไป 5 เดือน “น่าพอใจ”
ล่าสุด นั่งกินข้าวแกง อยู่ร้านใกล้ออฟฟิศ ผมชอบสั่งไข่พะโล้ ราดแกงเผ็ด หวานและเผ็ด 2 อย่าง อยู่ด้วยกันได้
คิดไงไม่รู้อยากเห็นนักออกแบบ ต่างที่ต่างทาง ทำงานร่วมกัน รสชาติ จะออกมาเป็นยังไง ไปนั่งเขียนร่างโปรเจค ในบ่ายวันนั้น อีก 2 อาทิตย์ต่อมา ทีมงานนกฮูก นำพาโปสเตอร์โครงการ “twin mix postcards” ไปติดตามที่ต่างๆ ในเชียงใหม่ และส่งบางส่วนไปให้พันธมิตร ยังจังหวัดอื่นๆ เป็นที่ “น่าพอใจ”
หวังว่า ความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในชีวิต ผม “มันจะมีค่าขึ้นมาบ้าง” และสามารถกระเพื่อมไปถึงสังคมที่ผมร่วมอยู่ด้วยไม่มาก ก็น้อย
ใจหนึ่งผมค้านกับคำว่า “เงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง” แต่ใจหนึ่ง “ชีวิตก็ไม่ได้มีแค่เราเพียงคนเดียว เงินจึงหล่อเลี้ยงเราและคนรอบข้างเราให้อยู่ได้” มีก็แต่บางอย่างที่หล่อเลี้ยงวิญญาณให้เราสู้ต่อกับโลกแบบทุนนิยมได้ กำไรจากงานทั้งหมดเหล่านี้ที่ผมได้ก็คือ "ความสัมพันธ์และมิตรภาพ" หาซื้อไม่ได้ครับ
อาจต้องสร้างกันนานหน่อย ไม่แน่ ถ้าเทียบกับชีวิตของคนๆ หนึ่ง ที่ร่ำรวยเงินทอง และมากมีด้วยเพื่อนพ้องบริวาร เขาคนนั้นอาจไม่มีสิ่งที่ผมมีก็ได้ ใครจะรู้
คนอายุ 27 ขวบ อย่างผม ได้แค่นี้ “ผมก็พอใจแล้ว”
ขอบคุณท่านทั้งหลายที่ช่วยพยุงผม ชีวิตคนรอบข้างผม ไม่ให้ล้มรุนแรง และเป็นแผลเป็นมากนัก ขอบคุณแต๊ๆ




keep going เน้อ
#1 By ร้านเล่า on 2007-10-13 11:36