ในเมื่อเงียบมา เราก็ต้องเงียบไป
posted on 09 Mar 2007 09:22 by nokhook69 in News-Storyถ้าเลือกได้ ผมอยากอยู่ตัวคนเดียว ไม่ต้องมีครอบครัวค้ำจุน
เรียกง่ายๆ ว่า คนเดียวดายไร้ญาติ ก็ได้
ผมเบื่อที่จะต้องมาทำอะไรเพื่อคนอื่นเหลือเกิน ไม่รู้ว่าทำไมต้องมาเลี้ยงดูน้องที่ไม่สนใจว่าเราจะหาเงินได้ยังไง เงินหมดเมื่อไหร่ก็แบมือขอ ไม่เคยหยิบยื่นหาเงินทองมาช่วยแบ่งเบาภาระบ้าง ทั้งที่ก็โตเป็นควาย อายุ 19 ปีเข้าไปแล้ว
มีคนเคยบอกผมว่า หากไม่มีเงินจริงๆ มันก็จะกระเสือกกระสนดิ้นรนเอง ก็คงอย่างนั้น ผมเคยลองแล้ว ถ้าไม่มีมีจริงๆ พอสิ้นเดือนต้องมาหยิบยืมเราไปให้คนอื่นที่ยืมมาอีกทีอยู่ดี ไม่มีทางที่จะได้เงินต้นเหล่านั้นคืนมาหรอก
หายไปกับคำว่าไม่มี นั่นเอง
เมื่อสองวันก่อน หลังกลับจากที่ทำงาน ผมเจอหน้าน้องผม และถามถึงค่าเทรอมที่ต้องจ่ายให้ในปีนี้ จะให้ผมทำอย่างไรดี น้องผมไม่สนใจ ไม่มีเสียงตอบรับ ทำเป็นไม่ได้ยินเสียอย่างนั้น ถูกแล้วหรือที่คนเป็นพี่ถามจะไม่ตอบ ว่าจะเอาอย่างไรก็ไม่พูด จะหาจากไหนมาให้ตั้งหลายพันบาทภายในเวลาไม่ถึงเดือน และไม่ใช่เพื่อใครเลย เพื่อตัวมันเองนั่นแหละ
ทุกอย่างเงียบ เสียงในทีวีดังสม่ำเสมอ
ถูกแล้วหรือที่การช่วยกันหาเงินเป็นเรื่องไกลตัว จะอ้างว่า น้องยังอายุไม่เย๊อะ ยังต้องเรียนหนังสือ ใช้จ่ายจากทางเดียวคือรายได้ไม่ถึงหมื่นของพี่ต่อเดือน อย่างนั้นหรอกหรือ คนที่อาศัยอยู่ร่วมกัน งอมืองอเท้า เปิดทีวี ใช้สิ่งของทุกๆ อย่างร่วมกันกับเรา สบาย ก็เคยเอาที่พี่ตลอด ก็เคยได้แบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่
ถูกแล้วหรือ ที่แค่เกิดมาแล้ว ก็มานั่งขอเงินเฉยๆ พี่คงมีกินมีใช้ ตลอดไป
คงต้องนั่งคิดนอนคิดว่า หากไม่เกิดเป็นญาติหรือน้องนุ่งใครจะมีสิทธิเหล่านี้
แม้แต่พ่อแม่ผม ผมยังไม่เคยได้เลี้ยงดู นับประสาอะไร ผมจะต้องมาใส่ใจ หากคิดว่าเจ๋ง เก่งแล้วก็บินสิ มาอยู่ถ้ำรกๆทำไม
จริงๆ แล้ว ผมไม่ได้พูดประโยคหลังนั้นหรอก แต่ในใจพูดแบบนั้นไปนานแล้ว
เงียบ ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากปากทั้งสองคน
น้องผมยังคงดูทีวีไม่สนใจ เหมือนคำพูดผมล่องลอยอยู่บนอวกาศไกลโพ้น
ผมระงับสติอารมณ์ อาบน้ำ ข่มความโกรธ ไม่พูดอะไรต่ออีก และพยายามเข้านอนโดยลืมเรื่องนี้ไปเสีย ตั้งใจว่า หากน้องผมขอเงินอีกก็คงไม่ให้ และคงไม่พูดอะไรต่อไปให้ยืดยาวอีกแล้ว
นี่อาจเป็นเรื่องราวที่พูดไปก็เท่านั้น คนเป็นพี่ควรส่งเสียน้องเรียนสิ จะมาบ่นทำไม พ่อแม่ก็ตายดับสูญไปหลายปีแล้ว รับผิดชอบไปสิ จะมาเพ้อให้ได้อะไร ไม่พูดกันด้วยเหตุผลดีๆ เล่า
ใช่ เป็นสิ่งที่ต้องเป็นไปทำนองนั้น แนวทางนั้นอยู่แล้ว
แต่ขอโทษเถอะ มันใช้ไม่ได้ในชีวิตจริงหรอก ในเมื่อหนี้สินผมก็มี ค่าใช้จ่ายก็มากขึ้น ทุกอย่างแพง ค่าหอขึ้น แต่เงินเดือนเท่าเดิม และบวกเพิ่มกับการกลับมาเจอเรื่องราวไร้สาระแบบนี้เกือบทุกวัน
ถ้าผมเป็นพ่อคนจริงๆ หรือมีสิทธิเป็น ลูกผมโดนตีนไปนานแล้ว
ขอร้อง ระดับมันสมองและวิธีคิดคนเราต่างกัน คำสอนต่างๆ ในหน้าหนังสือใช้ได้กับคนบางประเภทเท่านั้น
ผมเพียงแต่ทำหน้าที่จ่ายเงิน ไถ่ถามว่าเงินพอหรือเปล่า ด้วยคำพูดนุ่มๆ ทุกๆ วัน นาน 3 ปีเต็มที่ย้ายมาอยู่ด้วยกัน หลังจากผมกลับจาก กทม.
เช้านี้ เหมือนมีเสียงออกจากปากน้องผมว่า
"ขอตังค์"
ผมเงียบ เก็บกระเป๋า ระหว่างที่เข้าห้องน้ำ ผมเดินออกจากห้องเพื่อมาทำงานเลย
อนาคตของเดือนนี้ ความอดทนอดกลั้นในหน้าที่ของผม คงจะค่อยๆ ลด -หมดลง
และทำบางอย่าง แน่วแน่ เด็ดขาด ให้คนบางประเภทเข้าใจว่า
คนเฉยๆ ธรรมดาอย่างผม ก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน







น้องน่าจะช่วยแบ่งเบาภาระบ้างเนอะ ช่วยทำงานบ้านมั้ยคะ ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยรึเปล่า 19 แล้ว น่าจะทำ part-time ได้นะ
^_^ สู้ๆ นะคะ
#1 By *รักเร้น* on 2007-03-09 09:31