ถ้าเลือกได้ ผมอยากอยู่ตัวคนเดียว ไม่ต้องมีครอบครัวค้ำจุน
เรียกง่ายๆ ว่า คนเดียวดายไร้ญาติ ก็ได้

ผมเบื่อที่จะต้องมาทำอะไรเพื่อคนอื่นเหลือเกิน ไม่รู้ว่าทำไมต้องมาเลี้ยงดูน้องที่ไม่สนใจว่าเราจะหาเงินได้ยังไง เงินหมดเมื่อไหร่ก็แบมือขอ ไม่เคยหยิบยื่นหาเงินทองมาช่วยแบ่งเบาภาระบ้าง ทั้งที่ก็โตเป็นควาย อายุ 19 ปีเข้าไปแล้ว
มีคนเคยบอกผมว่า หากไม่มีเงินจริงๆ มันก็จะกระเสือกกระสนดิ้นรนเอง ก็คงอย่างนั้น ผมเคยลองแล้ว ถ้าไม่มีมีจริงๆ พอสิ้นเดือนต้องมาหยิบยืมเราไปให้คนอื่นที่ยืมมาอีกทีอยู่ดี ไม่มีทางที่จะได้เงินต้นเหล่านั้นคืนมาหรอก

หายไปกับคำว่าไม่มี นั่นเอง

เมื่อสองวันก่อน หลังกลับจากที่ทำงาน ผมเจอหน้าน้องผม และถามถึงค่าเทรอมที่ต้องจ่ายให้ในปีนี้ จะให้ผมทำอย่างไรดี น้องผมไม่สนใจ ไม่มีเสียงตอบรับ ทำเป็นไม่ได้ยินเสียอย่างนั้น ถูกแล้วหรือที่คนเป็นพี่ถามจะไม่ตอบ ว่าจะเอาอย่างไรก็ไม่พูด จะหาจากไหนมาให้ตั้งหลายพันบาทภายในเวลาไม่ถึงเดือน และไม่ใช่เพื่อใครเลย เพื่อตัวมันเองนั่นแหละ

ทุกอย่างเงียบ เสียงในทีวีดังสม่ำเสมอ
ถูกแล้วหรือที่การช่วยกันหาเงินเป็นเรื่องไกลตัว จะอ้างว่า น้องยังอายุไม่เย๊อะ ยังต้องเรียนหนังสือ ใช้จ่ายจากทางเดียวคือรายได้ไม่ถึงหมื่นของพี่ต่อเดือน อย่างนั้นหรอกหรือ คนที่อาศัยอยู่ร่วมกัน งอมืองอเท้า เปิดทีวี ใช้สิ่งของทุกๆ อย่างร่วมกันกับเรา สบาย ก็เคยเอาที่พี่ตลอด ก็เคยได้แบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่
ถูกแล้วหรือ ที่แค่เกิดมาแล้ว ก็มานั่งขอเงินเฉยๆ พี่คงมีกินมีใช้ ตลอดไป

คงต้องนั่งคิดนอนคิดว่า หากไม่เกิดเป็นญาติหรือน้องนุ่งใครจะมีสิทธิเหล่านี้

แม้แต่พ่อแม่ผม ผมยังไม่เคยได้เลี้ยงดู นับประสาอะไร ผมจะต้องมาใส่ใจ หากคิดว่าเจ๋ง เก่งแล้วก็บินสิ มาอยู่ถ้ำรกๆทำไม

จริงๆ แล้ว ผมไม่ได้พูดประโยคหลังนั้นหรอก แต่ในใจพูดแบบนั้นไปนานแล้ว
เงียบ ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากปากทั้งสองคน

น้องผมยังคงดูทีวีไม่สนใจ เหมือนคำพูดผมล่องลอยอยู่บนอวกาศไกลโพ้น
ผมระงับสติอารมณ์ อาบน้ำ ข่มความโกรธ ไม่พูดอะไรต่ออีก และพยายามเข้านอนโดยลืมเรื่องนี้ไปเสีย ตั้งใจว่า หากน้องผมขอเงินอีกก็คงไม่ให้ และคงไม่พูดอะไรต่อไปให้ยืดยาวอีกแล้ว

นี่อาจเป็นเรื่องราวที่พูดไปก็เท่านั้น คนเป็นพี่ควรส่งเสียน้องเรียนสิ จะมาบ่นทำไม พ่อแม่ก็ตายดับสูญไปหลายปีแล้ว รับผิดชอบไปสิ จะมาเพ้อให้ได้อะไร ไม่พูดกันด้วยเหตุผลดีๆ เล่า

ใช่ เป็นสิ่งที่ต้องเป็นไปทำนองนั้น แนวทางนั้นอยู่แล้ว
แต่ขอโทษเถอะ มันใช้ไม่ได้ในชีวิตจริงหรอก ในเมื่อหนี้สินผมก็มี ค่าใช้จ่ายก็มากขึ้น ทุกอย่างแพง ค่าหอขึ้น แต่เงินเดือนเท่าเดิม และบวกเพิ่มกับการกลับมาเจอเรื่องราวไร้สาระแบบนี้เกือบทุกวัน

ถ้าผมเป็นพ่อคนจริงๆ หรือมีสิทธิเป็น ลูกผมโดนตีนไปนานแล้ว

ขอร้อง ระดับมันสมองและวิธีคิดคนเราต่างกัน คำสอนต่างๆ ในหน้าหนังสือใช้ได้กับคนบางประเภทเท่านั้น

ผมเพียงแต่ทำหน้าที่จ่ายเงิน ไถ่ถามว่าเงินพอหรือเปล่า ด้วยคำพูดนุ่มๆ ทุกๆ วัน นาน 3 ปีเต็มที่ย้ายมาอยู่ด้วยกัน หลังจากผมกลับจาก กทม.

เช้านี้ เหมือนมีเสียงออกจากปากน้องผมว่า

"ขอตังค์"

ผมเงียบ เก็บกระเป๋า ระหว่างที่เข้าห้องน้ำ ผมเดินออกจากห้องเพื่อมาทำงานเลย

อนาคตของเดือนนี้ ความอดทนอดกลั้นในหน้าที่ของผม คงจะค่อยๆ ลด -หมดลง

และทำบางอย่าง แน่วแน่ เด็ดขาด ให้คนบางประเภทเข้าใจว่า
คนเฉยๆ ธรรมดาอย่างผม ก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

พี่น้องแท้ๆ เลยเหรอคะ

น้องน่าจะช่วยแบ่งเบาภาระบ้างเนอะ ช่วยทำงานบ้านมั้ยคะ ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยรึเปล่า 19 แล้ว น่าจะทำ part-time ได้นะ

^_^ สู้ๆ นะคะ

#1 By *รักเร้น* on 2007-03-09 09:31

ใจเย็นๆก่อนน๊า.....
บางคนก้อเคยชินกับการเป็นผู้รับและก้อไม่เคยได้รู้จักการเป็นผู้ให้...ที่จริงน้องคุณก้อน่าจะช่วยกันหาเงินได้นะ.....
ที่เราต้องอดทนก้อเพราะคำว่าครอบครัวนี่ล่ะค่ะ.........

เป็นกำลังใจให้ค่ะสู้ๆน๊า......

#2 By (^_^)/nana on 2007-03-09 09:33

ใจเย็นนะครับพี่ ผมว่าผมพอรู้สึกตามไปด้วยได้แหละ พี่นั่นละต้องเป็นคนตัดสินใจว่าจะสั่งสอนเขายังไง แล้วลุยเลย!เอาใจช่วยครับ

#3 By omega on 2007-03-09 09:36

คิดว่าเข้าใจความรู้สึกนะคะ ไม่ใช่พูดเพราะอยากทำเหมือนจะเข้าใจ แต่ที่พูดเพราะคิดว่าเข้าใจจริง ๆ ลองคิดดูว่าถ้าเราจะเปลี่ยนคน ๆ หนึ่งให้ทำตามเราหรือให้ได้ดั่งใจเราคงเป็นไปได้ยาก เพราะ 19 ปีที่ผ่านมาเขาได้ทำและปฎิบัติแบบนี้มานานมากแล้วถ้าให้เขาต้องเปลี่ยนภายใน 2-3 วัน มันคงไม่มีทางเป็นไปได้ วันนี้คุณก็แทนความเป็นพ่อแม่ของน้องชาย ถึงแม้หน้าที่นี้มันอาจจะเหนื่อยยากและลำบากมันก็คงเลี่ยงไม่ได้ เพราะว่าพ่อแม่คงฝากน้องไว้กับคุณ เราเบื่องานเราลาออกจากงานได้ เราเบื่อเพื่อนเราเลิกคบได้ แต่หน้าที่บางอย่างลาออกไม่ได้และเลิกคบไม่ได้ด้วยเพราะมันเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองที่ต้องดูแลและเป็นสายเลือดที่ไม่สามารถเลิกคบได้ เราก็เป็นค่ะมากกว่าที่คุณเจออีก ความรับผิดชอบเยอะแยะมากมายจนบางทีเคยคิดว่าทำเพื่ออะไร แต่ส่วนมากเวลาที่เราท้อเราจะมองคนที่เขาแย่กว่าเรา และความสบายใจมันก็จะเกิดขึ้นเอง ถามตัวเองก่อนนะคะว่าเราทุกข์ เราแย่แต่เราเปลี่ยนเขาข้ามชั่วคืนได้หรือเปล่า บางทีสิ่งแวดล้อมที่พ่อแม่ดูแลเขาเป็นอย่างดีทำให้เขาไม่เคยคิดว่าเขาควรจะต้องทำหน้าที่และความรับผิดชอบอะไรบ้าง ขอให้ผ่านมันไปให้ได้นะคะ

#4 By Rainny on 2007-03-09 09:42

มีปัญหากับน้องเหมือนกัน
แย่นะที่รู้ว่าน้องเกลียดเรา

#5 By blue (202.5.89.60) on 2007-03-09 09:56

ผมก็อยากตัวคนเดียวแล้ว

#6 By เอกน้อย on 2007-03-09 09:57

555 ++
ใจเย็นๆน่ะคับ ผมก้เคยเป็นเหมือนแก๊งล่ะคับมีน้องกะเค้าคนนึง อายุพอๆกะน้องแก๊งเลย
บางอย่างมันก็ช่วยไม่ได้ ปล่อยให้เค้าเริ่มคิดเอง ซึ่งมันต้องใช้เวลา หาทางให้เค้าได้ใช้ชีวิตของเค้าอย่างเต็มที่ เราคงได้แต่เฝ้าดูห่างๆ ซักวันเค้าอาจจะอยากรับผิดชอบชีวิตของเค้าเอง บางทีเจ้าตัวเองก็คงกดดันอยู่ ตอนผมอายุ 19 ก็ไม่มีปัญญาทำงานหาเงิน ผมจึงพยายามเข้าข้างน้องว่าช่างเหอะมันคงยังไม่มีปัญญาหาเงินเหมือนผม อย่าพยายามกดดันตัวเองและน้องเลยครับมันจะทุกข์ป่าวๆ ยังไงก้ต้องอยู่ด้วยกัน ก็หาทางให้อยู่ด้วยกันแล้วเป็นสุขดีกว่า

#7 By '''''''''' ' _ ' ''''''''''' on 2007-03-09 10:00

ไอ้น้อง ใจเย็น

#8 By filmsick on 2007-03-09 11:19

ใจเย็น ไอ้พี่

#9 By Backpack Girl on 2007-03-09 11:22

คนเรา บางทีก็เลือกไม่ได้หรอกครับ คำว่า"ครอบครัว" มันค้ำอยู่

แต่ถึงหาเงินไม่ได้ ก็น่าจะช่วยหลายๆอย่างที่เป็นประโยชน์ได้นะ อยู่ที่ว่าน้องจะช่วยแบ่งเบาได้แค่ไหน

#10 By Grëêñßåÿgøñ™ on 2007-03-09 11:30

ไม่รู้จะพูดอะไรว่ะ พยายามเข้าละกันนะมึง


อ่านแล้วก็เศร้า
ซักวัน คงจะคิดอะไรได้เอง
แต่ถ้าความอดทนหมดแล้ว ก็เลิกทนเถอะ ทนมาเยอะแล้ว

โตๆกันแล้วนี่นา

#12 By nyanta (124.157.237.223) on 2007-03-09 13:57

เจอน้องแบบนี้ก็ลำบากเหมือนกันนะคับ
อายุ 19 ไม่ใช่เด็กๆน่าจะช่วยแบ่งเบาได้บ้างแล้ว ยังไงก็ใจเย็นๆคับ คุยกันดีๆอาจจะเจอทางออกที่ดีคับ

#13 By yuifreelance on 2007-03-09 14:36

ถ้าคุณคิดว่าตัวคนเดียวดีนะ ไม่จริงหรอกคะ คงจะเหงาน่าดูนะ มีปัญหาก้พยายามแก้ไขซิคะ แก้ไขไปทีละนิดอีกหน่อยปัญหาก็ลดไปเองละคะ เค้าเป็นน้องก็ต้องพยายามสอนเค้าไป หรือพยายามหาอะไรให้เค้าทำนะคะ เค้าไม่สร้างปัญหาอื่นก็ดีเท่าไหร่แล้วคะ จะเป็นกำลังใจให้ต่อสู้กับปัญหานะคะ
สู้ตายคะ..................

#14 By Dark Girl on 2007-03-09 18:19

เห็นใจคับ ผมก็เป็นพี่คนนึง เเต่ผมกลับคิดว่าพี่หนะเก่งนะ ทำงานเลี้ยงน้องมาได้ถึงขนาดนี้ ถ้าเป็นผมอาจจะเลี้ยงตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ

เเล้วซักวันน้องของพี่ต้องเข้าใจคับ


ผมทำpuppetเสร็จเเล้วคับ เเต่ให้ส่งงานยังไงบอกด้วยคับผม

#15 By Heartsmurfs on 2007-03-10 06:10

ถ้าจะพูดเรื่องนี้ก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันนะคะ ไม่พูดกันปั้นปึ่งกันไปเรื่อยๆแล้วจะต่อติดกันยาก

#16 By bakabo ลั๊ลล๊า~ on 2007-03-10 11:33

เห็นด้วย เกือบทุกประการ..

เราย้ายมาใช้บล๊อกนี้แล้วนะ

#17 By สุด on 2007-03-10 12:50

อืมๆเครียดแทน...แต่อย่าระเบิดลงล่ะกัน
เพราะไม่มีประโยชน์....เห็นด้วยกะ#7

#18 By wesong on 2007-03-10 16:16

...

ความเงียบอาจจะช่วยเยียวยาจิตใจ
แต่มันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา
ทะเลาะกันไปเลยยังจะดีกว่า
จะได้พูดสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างเก็บไว้

สู้ๆ

#19 By スニーカース on 2007-03-10 19:17

เป็นเรื่องเครียดเลยล่ะครับ..เข้าใจครับเพราะเคยผ่านบรรยากาศคล้ายๆแบบนี้มาเหมือนกันครับ แม้จะไม่ใช่โดยตรง
...แต่เชื่อว่าอย่างน้อยหลังจากพิมพ์เอนทรีนี้เสร็จ มันก็รู้สึกเบาลงมั่งแล้วใช่มั้ยครับ
บางทีนะครับถ้าเค้าไม่เริ่มพูดก่อน..คุณนกฮูกอาจเป้นคนเริ่มก็ได้นิครับ..ยังไงก็อยู่กันมา2คนตั้งนานแล้วนะครับ

ปล1.ใจเย็นๆเน้อ
ปล2.ผมแอบส่งpupet ไปแล้วเมื่อกี้นี่เองครับ..ประมาณ5ทุ่มกว่าๆ..คงทันนะครับ

#20 By GuGGGar on 2007-03-11 00:26

บางทีความเงียบก็มีประโยชน์มาก
พอๆที่การ-รับฟัง
ผมคิดแบบนี้นะครับ
แต่ผมรู้ว่านายรู้แล้วว่าทางออกเป็นยังไง

#21 By N.P on 2007-03-11 12:03