โปรเจคดีไซน์ (โหมดอีโรติก)
posted on 08 Jan 2007 11:22 by nokhook69 in Fiction*นี่เป็นงานเขียนแนวอีโรติกเรื่องแรกของผม และก็เป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกที่เขียนจบ เขียนเมื่อปี 2545 เขียนประกอบโปรเจคสถาปัตยกรรม (ส่งอาจารย์) งานชิ้นนี้ถูกรวมเล่มเป็นหนังสือทำมือ ได้รับรางวัล MBK INDY BOOKS ครั้งแรกด้วย นำมาโพสเพื่อขยายยอดไปสู่โปรเจคใหม่ สี่คนเขียน ในบลอกนี้
http://lonesome-cities.exteen.com/20070106/entry
ซึ่งเป็นงานเขียน อีโรติกชิ้นที่ 2 เป็นงานที่ห่างกันนานถึง 5 ปี
(ว่าด้วยบทความ) รูปตัด
มีแตงโมอยู่หนึ่งลูก ผมผ่ามันออกจึงเห็นเม็ดและเนื้อสีแดงสด ให้แปลกใจว่าเมื่อกี้มันยังเป็นสีเขียวอยู่เลยสีแดงกับสีเขียวเป็นสีตรงข้ามกัน นั่นเป็นเพราะคิดตามหลักทฤษฎีศิลปะ คุณคงเชื่ออย่างนั้นใช่มั้ย ถ้าหากลืมทฤษฎีศิลปะนั้นไว้ชั่วคราว คุณก็คงจะตอบว่าไม่เห็นแปลกเลย ทุกอย่างก็มีหลายสีได้นี่นา ดูอย่างเสื้อผ้าที่เราสวมอยู่สิ ถ้ามีสีเดียวมันก็จะไร้รสชาติขาดชีวิตชีวาไป นั่นคงจะหมายถึงทั้งภายในกับภายนอกนั้นสอดคล้องกัน มองเห็นด้วยตาเปล่าชัดเจน
มันคงจะไม่เหมือนกับความรู้สึกคน ผ่าเท่าไหร่ก็ยังมองไม่เห็น ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความรู้สึกของเราเองก็ตามที
รูปตัด จึงหมายถึงการแสดงรายละเอียดภายใน ว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง วัสดุ โครงสร้าง งานระบบ ซึ่งมีส่วนสัมพันธ์กัน มองเห็นได้อย่างชัดเจน
แล้วผมก็ทยอยผ่าแตงโมแบ่งเป็นหลายๆซีก มันถูกเฉือนด้วยมีดอันคมกริบ เพื่อปอกให้เห็นภายใน ผมหยิบแตงโมซีกหนึ่งใส่ปาก เนื้อแตงโมอร่อยน่าดู ตอนนี้อยู่ภายในท้องผมแล้ว
คุณอยากรู้มั้ยว่าเนื้อแตงโมในท้องผมตอนนี้มันมีสีอะไร
(ว่าด้วยเรื่องสั้น) จุดนัดพบ
บนถนนมากด้วยเลน ไร้ยวดยานนานนับสามชั่วโมง ปรับเปลี่ยนเป็นแน่นขนัด เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตเอ่อท้นท่วมเลน ไหลโย้เย้ยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา
แหงนมองด้านบน สะพานคอนกรีตพาดโค้งคร่อมคนนับแสน ยังพอมีช่องว่างให้คนไหลผ่านไปได้บ้าง
ไฉไลก้าวขึ้นบันไดแหวกผ่านผู้คนเพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทางหล่อนนัดเพื่อนเก่าที่ ตรงกลางสะพานนี้ ตอนแรกตรงนี้ไม่ใช่จุดพบนัดหรอก หากแต่โต๊ะตรงลานเบียร์เต็มหล่อนจึงต้องเปลี่ยนจุดนัดพบจุดใหม่ ที่ที่สามารถแทรกตัวอยู่ได้
นี่มันเลยเวลานัดไปแล้วปาเข้าไปสองชั่วโมง หล่อนยังไม่เห็นว่าเพื่อนสาวที่คบกันตั้งแต่มัธยมปลาย จะโผล่หนังหน้ามาให้เห็นเลย
ไฉไลไม่ใช่แม่พระและก็ไม่ใช่คนดีมากมายอะไรนัก หล่อนไม่ชอบการรอ นี่มันผ่านเวลานัดนานแล้ว และหล่อนก็ไม่ได้เพิ่งมายืนรอตรงนี้ หล่อนเดินไปห้องน้ำและเซเว่นอย่างละครั้งมาแล้ว และนี่ก็เป็นหนที่สามแล้วที่ขึ้นลงสะพานคอนกรีตนี้
นั่นเป็นสาเหตุที่หล่อนหงุดหงิดง่าย ลมหายใจผ่านลู่ลอดเล็ดออกจากโพรงจมูก เข้าออกเป็นจังหวะถี่ๆ หล่อนใช้มือขวาควานหาของในกระเป๋าสะพาย
หยิบโทรศัพท์มือถือ แล้วยกขึ้นระหว่างอก ยังไม่ทันทำอะไร เสียงโทรศัพท์ก็แหวกอากาศเข้าหู
แก อยู่ไหน ไฉไลพูด พลางมือข้างซ้ายก็เกาะพาดเอวไปด้วย
คนมันเยอะ เดี๋ยวๆ กำลังจะไปถึงแล้ว
เร็วๆหละฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว
จ๊ะ แค่นี้นะคนมันเบียด อุ้ย..
บทสนทนาทั้งคู่ ขาดหายไปบ้างแต่ก็ประสบผลสำเร็จ ทั้งคู่เจอกันบนสะพานแม้จะเนิ่นนานไปบ้าง
นึกว่าโดนเหยียบตายซะแล้ว รออยู่ตั้งนาน มัวไปทำอะไรอยู่หละแม่คุณไฉไลพูด
อย่าเพิ่งฉุนสิ ฉันไปเป็นนางแบบมาแหละ มีผู้ชายคนนึงมาขอให้ฉันถ่ายรูปให้แล้วก็เปลี่ยนกันถ่าย เกือบม้วนเชียวนา
ใครกัน ไฉไลซัก
ไม่รู้จักหรอก แต่หล่อมากเลยนะมึงพูดไป ก็จีบปากจีบคอพยักหน้าหงึกหงัก
เหรอ
ไฉไลรู้จักเพื่อนนุ้ยตั้งแต่ ม.ปลาย จนตอนนี้จะรับปริญญากันแล้ว ทำไมจะไม่รู้นิสัยและ สเป็กชายในฝันของเพื่อนสนิทแน่นอนคงหนีไม่พ้นหน้าไทยๆ ล่ำๆ ผิวเข้ม และดูเป็นผู้ชาย
ขรึมนิดๆ แบบพี่ตุ้ยแน่ๆ
หล่อนจึงไม่ใคร่สนใจนัก อีกทั้งนุ้ยก็ใช่จะเก็บอาการอยู่ เวลาเจอผู้ชายถูกใจ มักจะยิ้มให้เขาก่อนเสมอ จึงเห็นเป็นเรื่องปกติชาชิน ที่จะมีหนุ่มตกบ่วงสักคน ยิ่งคนเยอะอยู่ด้วยแล้ว นุ้ยยิ่งถนัดนัก
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ยากที่นุ้ยจะทำได้.
---------------------------------------
เสียงเด็กเสริฟสั่งอาหารกับพ่อครัวตะเบงข้ามหัวโต๊ะไปหางโต๊ะ เหมือนด่าพ่อล่อแม่กัน ข้าวมันไก่ 2 โค้ก2 ผสมกับข้าวหมูแดง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ข้าวกระเพรา ข้าวผัดกุ้ง น้ำมะนาวข้าวพริกแกง แพนงเนื้อ ไก่ทอด.ฟังชัดถ้อยชัดคำ ไม่สับสน อยู่ 4-5 เจ้าได้
2 สาวกินอิ่มแล้วคิดตังค์ แล้วย้ายก้นหลบหายเข้าไปในเซเว่นฯ ซักครู่จึงออกมาพร้อมเบียร์6 กระป๋อง เดินถือมาเบียดคนมาจนถึงหน้าเวทีใหญ่ หน้าหลังเต็มไปด้วยคนแน่นขนัด
หุ่นนุ้ยนั้นใช่ย่อย สะโพกกลมกลึง หน้าอกก็ใหญ่ เป็นที่มาของฉายา "แม่อกแตงโม ที่เพื่อนล้อตั้งแต่อยู่ ม.ปลาย นุ้ยจะโดนเพื่อนผู้ชายล้อเป็นประจำเลยไม่กล้าคบเพื่อนชาย นุ้ยมีปมด้อยแต่เดี๋ยวนี้ไม่ กลับภูมิใจที่มีเสน่ห์มัดใจชาย อย่างน้อยก็หน้าอกที่อวบนุ้ยและไฉไลเดินเบียดกับฝูงชนเข้าไป โดนจับโน่นจับนี่ จนต้องใช้วิทยายุทธส่วนตัว ดันบ้าง เบียดออกซ้ายบ้าง ขวาบ้าง หน้าบ้าง หลังบ้าง ให้พ้นวงโคจร ส่วนไฉไลนั้นตามติดเป็นองครักษ์ สายตาก็คอยสอดส่องพวกโรคจิตแทนเพื่อน
สองสาวดื่มเบียร์ แล้วก็แด้นซ์เริ่มไม่ใส่ใจคนรอบข้าง อกเบียด ก้นเบียด มากหน้าหลายคน ดูนุ้ยมีความสุข ชายแต่ละคนก็มาชวนเต้นด้วย นุ้ยไม่ปฏิเสธ ส่วนไฉไลก็คอยระแวดระวังแทนเพื่อน
สักพักใหญ่ พิธีกรบนเวที ก็เริ่มทำงานเป็นอยะอย่างแล้ว เสียงเพลงจึงแผ่วลง เสียงคนจึงดังขึ้นแทน อีกเพียงครึ่งชั่วโมง เราก็จะมานับถอยหลังด้วยกันแล้วนะคะ เสียงพิธีกรหญิงกล่าว ส่วน 2 สาวเหนื่อยหอบ เสื้อสายเดี่ยวสีขาวของนุ้ย เต็มไปด้วยเหงื่อชุ่มตัว มองเห็นเรือนร่างอวบอัดชัดถนัดขึ้น
ยังจำชายถ่ายรูปได้มั้ยตอนนี้เขาอยู่ข้างนุ้ยแล้ว นั่นไงเขาแอบเอามือขวาออกจากกระเป๋ากางเกง ป้องมือแตะหูนุ้ยแล้วก้มหน้าปากจ่อรูหู ปล่อยลมอุบอิบฟังไม่ได้ศัพท์
เร็วจนจับความไม่ได้
นุ้ยหันซ้ายไปมอง สมาธิขาดหายไปชั่วครู่ แวบหนึ่งจำได้ เขานั่นเองคุณปีเตอร์
คนที่พึ่งถ่ายรูปด้วยกันเมื่อ2ชั่วโมงที่แล้ว ใจนึงตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ใจนึงก็ไม่กล้านัก ต้องแนะนำให้เพื่อนรู้จักก่อนสิเรา
ไฉไล นี่ๆ คุณปีเตอร์ช่างภาพที่เราบอกเธอไงนุ้ยพูดสุภาพให้เพื่อนฟัง แต่แขนกับสอดล็อคเข้ากับแขนปีเตอร์อย่างคนรู้จักเป็นแฟนกันนานนม ขนาดแฟนเก่าเจอกันครั้งแรกยังไม่ถึงขนาดนี้เลย(ตอนนี้เลิกไปแล้ว)
ค่ะ ยินดีค่ะไฉไลยืนนิ่ง(ในเบื้องจิตสำนึกของไฉไล นี่เหรอคนที่ไอ้นุ้ยมันบอกทำไมไม่เหมือนที่เราคิดตอนแรกเลย นุ้ยมันไม่ชอบผู้ชายตัวขาว แต่งตัวเซอร์ๆแถมยังตัวเล็กกว่ามันอีกสูงแค่ 170 มันไม่ใช่สเป็กมันนี่นา นี่มันฝรั่ง)
เขา พูดไทยได้ด้วยนะนุ้ยดูเหมือนจะชื่นชมเอามากๆ
หวาดดีคราบคุน ชายลาย ยินดี ที่ ด้าย รู จาก
ปีเตอร์ เขามีแม่ เป็นคนไทย เขากลับมาเยี่ยมแม่หนะ น่ารักมั้ยหละ
ฉลองปีใหม่ด้วยกันนะคะปีเตอร์
ดูเหมือน 2 คนนี้ จะสนิทกันเหมือนเป็นแฟนกันมานานนมเป็นแน่ หรืออาจเป็นฤทธิเบียร์ที่ทำให้นุ้ยร่านได้เพียงนี้ ทั้งคู่เต้นด้วยกัน เพลงต่อเพลง มีกอดกันบ้าง หัวเราะกันบ้าง คนก็เบียดมาเบียดไปเป็นจังหวะ
นุ้ยเริ่มเต้นยั่ว มือก็โดนสะเปะสะปะ โดนใส่เป้ากางเกงซะเป็นส่วนใหญ่ปีเตอร์เห็นดังนั้นเห็นจะเสียเชิง ก็เบียดทั้งหน้าและหลัง นุ้ยไม่ว่าอะไรแถมยังเอาอกเบียดแขนไปมา เล่นเอาหัวใจชายสั่น
2คนเบียดแน่นยากจะแกะออก ปีเตอร์อยู่ด้านหลัง กอดนุ้ยพลางก็ ไล้จมูกไปตามซอกคอ และแผ่นหลัง นุ้ยไม่ขัดขืนส่งลมหายใจผ่านคอหอยออกเป็นจังหวะ ไล่ลงตั้งแต่บนลงล่าง ไฟราคะเริ่มร้อนแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ คงยากต่อการหยุดยั้งมือไม้ซุกซนซอกซอนตามจังหวะดนตรี เร็วถี่รัว ถ้าไม่สังเกตก็ไม่มีใครเห็น ส่วนมือข้างซ้ายนุ้ยก็ใช่หยุดนิ่ง แยกนิ้วผ่านหน้าท้อง ปีเตอร์หลุดไหล ไปตามลอกหลืบขามิหยุดนิ่ง ไม่มีใครสนใจใคร เพราะแทบจะติดกันจนแยกไม่ออก ผู้คนยังคงเต้นต่อไปเรื่อยๆ แต่นั่นไม่พ้นสายตาของไฉไลเพื่อนรัก
อีก3นาที นะคะ เราจะได้เริ่มนับถอยหลังกัน เสียงพิธีกร
แขนสองข้างของนุ้ย ชูขึ้นเหนือหัว หล่อนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ขายังคงเต้นตามจังหวะ มือข้างขวาปีเตอร์ยังคงซอกซอนผ่านเสื้อผ้า อ้อมจากด้านหลังเคล้าคลึงปทุมถันอย่างนุ่มนวล มือด้านซ้ายล้วงลึกลงด้านล่าง ถูไถกับเนื้อนูนเด่นเป็นจังหวะเข้าออกอย่างนุ่มนวลเช่นกัน ลมหายใจรดผ่านต้นคอเล่นเอาตัวนุ้ยสั่นสะท้าน ตั้งแต่มีแฟนมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ตื่นเต้นที่สุด
5..4..321.แฮบปี้นิวเยียร์สวัสดีปีใหม่ค่ะ ทั้งสองยังคงกอดรัดกัน ปากประกบปาก แลกลิ้นปานจะกินทุกอย่างที่มี
เสียงโทรศัพท์แหวกเสียงเพลง เสียงคนเข้าหูไฉไล
ฮัลโหล ไฉไลรับโทรศัพท์ เดาได้ว่าคงเป็นเสียงอ้อม เพื่อนสนิทอีกคน
แก อยู่ไหนอ้อมถาม เสียงดูเครียดๆ
เออ คนมันเยอะ เดี๋ยวๆ กำลังจะไปถึงแล้ว
ไฉไลพูดไปเดินไปหาเพื่อนอ้อมยังจุดนัดพบ
ไม่ได้เจอช่างภาพอย่างที่คิดไว้





ดูเป็นนามธรรมที่สัมผัสได้ดีจัง
เขียนประกอบโปรเจคอะไรคะ
#1 By ยายแม่บ้าน on 2007-01-08 11:29